6 จุดต้องเช็กรถก่อนขับทางไกลช่วงสงกรานต์ มีอะไรบ้าง?

เทศกาลสงกรานต์ 2568 นี้ เชื่อว่าหลายคนมีแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดอย่างแน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดคือสภาพรถต้องพร้อมสมบูรณ์ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย บทความนี้ Sanook Auto ขอแนะนำ 6 จุดต้องเช็กรถก่อนออกเดินทาง มีอะไรบ้าง?
6 จุดต้องเช็กก่อนขับรถทางไกลช่วงสงกรานต์ 2568
1. เช็กของเหลวในห้องเครื่องยนต์
ทั้งระดับน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำยาหล่อเย็น, น้ำมันเบรก, น้ำกลั่นแบตเตอรี่, น้ำมันเพาเวอร์ (ถ้ามี) ของเหลวทุกชนิดจะต้องได้ระดับ ไม่พร่องจนเกินขีด MIN และจะต้องไม่มีสีและกลิ่นผิดเพี้ยนไปจากปกติ หากใกล้ถึงเวลาเช็กระยะ ควรนำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนถ่ายของเหลวก่อนเดินทาง
2. เช็กสภาพยางและลมยาง
ควรตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ก่อนออกเดินทาง จะต้องไม่มีการสึกผิดปกติ ไม่มีรอยปริหรือแตกลายงา ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ายางเสื่อมสภาพแล้ว อีกทั้งยังจะต้องมีความลึกดอกยางคงเหลืออย่างน้อย 2 มิลลิเมตรขึ้นไป เพื่อประสิทธิภาพในการรีดน้ำ
นอกจากนี้ ควรตรวจเช็กแรงดันลมยางให้ได้ตามที่ผู้ผลิตกำหนด โดยสามารถเช็กได้จากสติกเกอร์บริเวณเสาประตูฝั่งคนขับ และหากจำเป็นต้องนั่งโดยสารพร้อมสัมภาระเต็มคัน จะต้องเพิ่มแรงดันที่ล้อหลังอีกประมาณ 3-5 ปอนด์ เพื่อชดเชยกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
3. ไฟส่องสว่างรอบคัน
ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟตัดหมอก ฯลฯ ทุกตำแหน่งจะต้องสว่างครบ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน หากเป็นหลอดไส้สามารถซื้อเปลี่ยนด้วยตัวเองได้ แต่หากเป็นหลอดแบบ LED อาจจำเป็นต้องนำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนใหม่
4. ที่ปัดน้ำฝน
ช่วงสงกรานต์อาจถูกสาดน้ำได้ทุกเมื่อไม่เว้นแม้แต่ขณะอยู่ภายในรถ จึงควรตรวจสอบว่ายางปัดน้ำฝนยังคงมีสภาพดี สามารถปัดสะอาดหมดจดตั้งแต่ครั้งแรก แต่หากปัดไปแล้ว 3-4 ครั้งก็ยังไม่สะอาด หรือยางมีการขาดหลุดออกมา แบบนี้ควรรีบเปลี่ยนใหม่ทันที รวมถึงควรเติมน้ำฉีดล้างกระจกให้เต็มก่อนเดินทาง
5. เช็กความผิดปกติต่างๆ
ควรตรวจเช็กความผิดปกติต่างๆ ก่อนออกเดินทาง เช่น สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัด โดยเฉพาะไฟรูปเครื่องยนต์ แม้ว่าจะยังสามารถขับขี่ต่อไปได้ แต่อาจทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ หรืออาจเสียกลางทางได้ หรือหากมีเสียงดังผิดปกติจากระบบช่วงล่างหรือเบรก ควรตรวจเช็กสาเหตุและแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
6. เช็กเอกสารติดรถที่จำเป็น
ควรตรวจสอบว่ามีเอกสารที่จำเป็นติดรถก่อนเดินทาง เช่น สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ, กรมธรรม์ประกันภัย, พ.ร.บ. และวันสิ้นสุดภาษีประจำปี ทางที่ดีควรตรวจสอบว่าประกันภัยต่างๆ ยังไม่หมดอายุ จะได้ไม่เกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง
นอกจากสภาพรถแล้ว สภาพคนก็ต้องพร้อมด้วยเช่นกัน ควรนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนขับรถ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เตรียมลูกอม ขนมขบเคี้ยว หรือเครื่องดื่มสำหรับรับประทานในรถ รวมถึงวางแผนเส้นทางก่อนออกรถเสมอ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะครับ