สามช่าหล่อ้าย

สามช่าหล่อ้าย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แสงจันทน์ในยามค่ำคืนและแสงจากหลอดไฟฟ้าข้างทาง เป็นแสงนำทางได้ดีสำหรับหญิงสาวร่างบางที่เดินตามลำพังในขณะนี้ เธอรีบเร่งฝีเท้า เพื่อไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด เพราะรู้สึกปอดแหกขึ้นมาตะหงิดๆ

เอ่อ ไม่ใช่แค่รู้สึกปอดแหกตะหงิดๆหรอก แต่มันรู้สึกกลัวจนขี้จะแตกอยู่แล้ว-_- ถึงแม้เส้นทางสายนี้ฉันจะเดินมาเกือบปีแล้วก็เถอะ ดูเหมือนว่ายิ่งฉันเดินผ่านมันทุกวันก็เหมือนมันจะยิ่งร้างขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ เหมือนมันกำลังจะบอกฉันว่า เพราะฉันที่ทำให้เส้นทางนี้ร้างTOT ถ้าไม่จำเป็นฉันไม่ผ่านที่นี่หรอก แต่นี่มันไม่ใช่แค่จำเป็นสำหรับฉันนะสิ เพราะมันเป็นทางกลับบ้านของฉันเอง ที่จริงแล้วไม่น่าจะเรียกว่ากลับบ้านเลยแหฮะ>_< บ้านในภาษาอังกฤษจะพูดว่า home กับ house ใช่ม้า โฮม แปลว่า บ้านที่อบอุ่นมีครอบครัว ส่วน เฮาส์ แปลว่า บ้านที่เป็น อิฐ หินปูนทราย กรณีของฉันเนี่ยดูท่าแล้วควรจะต้องเรียกว่า house ถึงจะเหมาะแฮะ (เริ่มเพ้อเจ้อ=_=)-

สวัสดีค่ะ ฉันโตมาในชื่อที่สุดหรูว่า ไวรัส (หรูยังไง=_=) ฟังดูเหมือนตัวเชื้อโรคยังไงไม่รู้ (ฉันเป็นนางเอกนะ ชื่อดีกว่านี้มีไหมTOT) แม่ฉันให้เหตุผลว่า

ชื่อนี้มันเป็นมงคลต่อชีวิตลูก แม่หมอเป็นคนตั้งให้ เพราะจะได้ไม่มีโรคภัยมาแผ้วพาน

เอ่อ ฟังดูแล้ว มันต่างกันคนละมิติเลย โรคภัยกับไวรัส เหอะๆ คิดได้ไงเนี่ยยัยแม่หมอ ดีที่เจ้แกไม่ตั้งว่ายัยชักโครก ป้องกันท้องเสียไง T^T

นี่เธอผลัดมากี่งวดแล้วฮะ บังอร

เมื่อฉันเกือบจะเดินถึงประตูบ้าน เสียงผู้หญิงคนนึงก็ดังเล็ดลอดออกมาต้อนรับฉันซะก่อน

ฉันเปิดประตูเข้าไปแล้วมองคนกลุ่มนั้นแวบนึง ชายชุดดำประมาณ เอ่อ 4 คน ยืนเป็นหุ่นกระบอกอยู่ด้านหลังของผู้หญิงวัยกลางคนคนนึงที่นั่งอยู่ที่โซฟากลางบ้านลักษณะท่าทางของเจ้แกดูแล้ว เหมือนพวกคุณหญิงคุณนายแถวปากช่อง เอ้ย ไม่ใช่ พวกไฮโซโก้หรูไม่มีผิด=_= และที่โซฟาอีกตัวก็ถูกจับจองด้วยยัยแม่เลี้ยง (แน่ใจนะว่ามองแวบเดียว=_=) อย่าเพิ่งคิดว่าฉันอกตัญญูเป็นอันขาดถ้าหากยังไม่รู้จักนิสัยยัยแม่เลี้ยงดีพอ

เอ่อ คุณหญิงใจเย็นก่อนดีกว่าค่ะ เรื่องเงินบังอรหาให้อยู่แล้วค่ะ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเงินอะไร หนี้พนัน คงหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้หรอก ฉันไม่ได้สนใจเดินขึ้นชั้นสองแล้วเดินเข้าห้องของตัวเองไป

ฉันอยู่บ้านนี้กับยัยแม่ลูกงูพิษ พ่อฉันเพิ่งเสียไปได้ไม่นานนี้เอง ส่วนแม่ฉันน่ะหรอ เสียไปตั้งแต่ฉันยัง 10 กว่าขวบนู่นแน่ะ ฉันยังจำวันนั้นได้ดีวันที่แม่ฉันจากไป เอ่อ ช่างเถอะ และที่บอกว่าแม่เลี้ยงงูพิษน่ะ คือยัยบังอร เมียอีกคนของพ่อฉันเอง พูดง่ายๆก็คือ เมียน้อย สาเหตุที่แม่ฉันตายก็เพราะยัยนี่นั่นแหละ พูดแล้วมันแค้น ฮึ่ย >_< ฉันมีน้องร่วมพ่ออีกคนนึง ชื่อว่า วีต้า นิสัยของมันไม่ต้องพูดถึง ถอดแบบแม่ของมันมาไม่มีผิด ที่ว่าเนี่ยไม่ได้จะบอกว่าตัวเองดีหรอกนะ แต่คนที่ขึ้นชื่อว่าแย่งผัวชาวบ้าน คงรู้นะว่าจะเป็นยังไง

และถึงฉันจะเกลียดยัยสองคนแม่ลูกนี่มาก แต่ฉันต้องจำใจอยู่ เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของพ่อกับแม่ฉัน ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ใครหน้าไหนก็เอาบ้านหลังนี้ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!!!!

จุ๊ๆๆๆๆๆ

เฮ้ย! ไอ้จิ้งจกทักทำไมฟ่ะ พวกแกยังไม่เข็ดใช่มั้ย คราวนี้ฉันจะไม่จับกินทีละตัวแล้วนะ>_< กินล้างโคตรน่ะเคยเห็นมั้ย=_=

เช้าวันใหม่อากาศสดใสซาบซ่าส์ ฉันถ่างขี้ตาตื่นตั้งแต่ตี 5เพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้น แม่ฉันเคยบอกว่าแสงอาทิตย์ในยามเช้าจะช่วยคุ้มครองเราไปตลอดทั้งวัน เหอะๆ ฉันเชื่อเรื่องไสยศาสตร์นะ ดูขนาดชื่อฉันสิ เจ้หมอดูตั้งให้เพื่อเป็นเคล็ดป้องกันโรคภัยไข้เจ็บใช่ม้า ตั้งแต่จำความได้ฉันสบายดีมาตลอดไม่ค่อยเจ็บออดๆแอดๆอย่างคนอื่นเขาหรอก>_<

ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาชั้นล่างเตรียมตัวจะไปโรงเรียน ยัยแม่เลี้ยงกำลังทำอาหารเช้างกๆอยู่เพื่อที่จะให้ลูกสาวแสนประเสริฐอย่างยัยวีต้ากิน ฉันไม่ได้สนใจเดินออกมาไม่บอกไม่กล่าว ช่วยไม่ได้ล่ะนะวันนี้ไม่มีอารมณ์ทัก>_<

ยัยวีต้าเรียนโรงเรียนเดียวกับฉัน มันอยู่ ม.4 ส่วนฉันเป็นพี่มันปีนึงอยู่ม.5 คนในโรงเรียนแทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าเราเป็นพี่น้องร่วมพ่อกันเพราะเราต่างคนต่างอยู่ตลอด ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวันเพราะโรงเรียนมันไม่ไกลกลับที่บ้านมากนัก

บรืนนนน

ซ่า

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

ฉันร้องออกมาอย่างดัง เมื่อทั้งตัวชุ่มไปด้วยน้ำจากข้างถนน อ๊ากกกกกกกกกกกกก TOT ไอ้รถคันนั้นมันสารเลว จอดเดี๋ยวนี้นะโว้ย ผิดแล้วชิ่งแบบนี้ไวรัสคนนี้เกียจที่สุด YOY

เฮ้ จอดเดี๋ยวนี้นะโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย

ฉันรีบใส่ตีนหมาวิ่งตามรถของมันไป ฮึ่ย วันนี้ไม่มีวันปล่อยให้คนชั่วลอยนวลหรอก ทำฉันเปียกแล้วบังอาจไม่ขอโทษงั้นหรอฮึ่ม!!!!

แฮ่กๆ แฮ่กๆ หยุด แฮ่กๆ โว้ยและแน่นอนถ้าฉันตามทันก็คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ ไอ้รถคันนั้นมันไกลออกไปทุกทีๆT^T

เอี๊ยดดดดดดดด

อ๊ะ มันจอดแล้ว ขอบคุณนะจ๊ะไฟแดงจ๋า>_< เสร็จฉันล่ะ ฉันรีบใส่เทอร์โบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว แกตายยยยยยยยยย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ๆๆๆๆๆ

ฉันจัดการเคาะกระจกรถไม่ยั้ง แต่มันก็ไม่เปิด เลววววววววววว ดีไม่เปิดใช่มั้ย ฉันถอดรองเท้านักเรียนขึ้นมาแล้วบรรจงเคาะประตูอย่างสวยงาม เหอะๆ

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ได้ผลมันรดกระจกลงมา และเมื่อดวงตาสีน้ำตาลของฉันได้ประสบเข้ากับมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้า ทำเอาฉันอ้าปากค้างน้ำลายหยืดย้อยหัวสมองปั่นป่วน ต่อมหื่นเริ่มทำงานอย่างหนัก O[]O โอ้ พระเจ้าจอร์จ นะ...นั่นมันคนหรือเปล่า อ๊ากกกกกกกก น่ารัก น่ารัก น่ารักจัง อิอิ ภาพที่เห็นอยู่ ณ ขณะนี้คือเทพบุตรสององค์เจ้าข้าเอ้ย เดี๋ยวเอาไว้บรรยายหน้าตาทีหลังเพราะตอนนี้ฉันต้องด่ามันเสียก่อน ฮึ่ม ถึงจะหล่อก็ไม่ให้อภัยหรอกนะย่ะ>_<

เฮ้ เธอยัยเด็กจรจัดกล้าดียังไงเอารองเท้ามาเคาะกระจกฮะ ถ้าจะขายพวงมาลัย ไม่ซื้อ

ไอ้หน้าหล่อที่นั่งข้างคนขับพูด

OoO

ระดับความน่ารักของหมอนี่ค่อยๆลดลงอย่างรวดเร็วจนตอนนี้มันติดลบ หนอย ตาบอดหรือไงฟ่ะหาว่าฉันเป็นเด็กจรจัด ฉันออกจะสวยเริ่ดขนาดนี้ >_<

ว่าไงนะ!! ไอ้ทึ่มเบื้อก หยาบคายที่สุดย่ะ อ้อ ไอ้คนขับนายขับรถภาษาอะไรไม่เห็นคนเค้าเดินอยู่หรอไง ขับบ้าๆแบบนั้นฉันเดือดร้อนนะโว้ย !!

ฉันวีนออกไปจนหมดแม็กแล้วก็เพิ่งจะตรัสรู้ด้วยว่าฉันอยู่กลางไฟแดง แงๆๆTOT แต่ช่างเถอะต้องสั่งสอนมันซะบ้าง

อ้าว เธอเองหรอที่เป็นผู้โชคดีรับน้ำมนต์จากฉัน แหม ว่าแต่แห้งไวดีนะ^__^ปี๊ด+++ แกว่าไงนะไอ้คนขับ ฉันโมโหสุดๆแล้วนะเฟ้ย ย้ากกก

พวกนายจะยอมขอโทษฉันดีๆมั้ยฮะ อ๊ะตอนนี้ฉันมีแผนดีๆแล้ว ^__^

เจ้ไปขอส่วนบุญที่อื่นเถอะ จะไฟเขียวแล้ว

ไอ้ตาบอด (เรียกอย่างนี้แล้วกันบังอาจหาว่าฉันเป็นเด็กจรจัด ชิ) ที่นั่งข้างคนขับว่า หนอย บักเบื้อกนี่ ไวรัสคนนี้เกลียดที่ซู้ดดดดดดดดด

งั้นก็เดินทางโดยสวัสดิ์ภาพนะ

ว่าจบฉันก็หยิบปากกาจากกระเป๋าแล้วบรรจงขุดไปที่ตัวรถอย่างสวยงาม อิอิ ฉันเนี่ยมีศิลปะในตัวเหมือนกันนะเนี่ย ^_^

อ๊ากกกก ยัยเด็กจรจัดเธอทำอะไรน่ะ ย้ากกกกกกกกกไอ้ตาบอดที่นั่งข้างคนขับโผล่หัวออกมานอกรถพร้อมกับว้ากใส่ฉัน

ไฟเขียวแล้ว^_^ว่าจบฉันก็วิ่งออกจากสี่แยกมรณะอย่างเร่งด่วนเพราะฉันรู้สึกว่าผู้คนกำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาแปลกๆ

อย่าให้เจอนะยัยเด็กจรจัด!!เสียงโหยหวนของคนในรถดังตามมาอย่างกระชั้นชิด หึ รู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว ^_^

ณ โรงเรียน ว่านหางจระเข้ (ชื่อเพราะจริงๆ)

ฉันใส่เกียร์หมาติดเทอร์โบ 250 ไมล์ต่อชั่วโมงวิ่งมาตลอดทาง จนในที่สุดก็มาถึงโรงเรียนจนได้

แฮ่ก แฮ่กๆๆ

ฉันยืนหอบเหมือนหมาหอบแดดอยู่ตรงรั้วโรงเรียน เสื้อผ้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำมนต์ เอ้ย น้ำข้างทางสูญสลายไปในอากาศเหลือไว้เพียงกลิ่นหอมๆของขี้ดิน เพราะไอ้คนรวยสันดานแย่พวกนั้นแท้ๆที่ทำให้ฉันต้องมาเป็นยัยซกมกแบบนี้ แต่ก็นะ ฉันล้างแค้นไปเรียบร้อยแล้ว ^_^

ปริ้นนนนนนนนนนนน

เสียงแตรรถดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโรงเรียน ทำเอาฉันที่ยืนหอบอยู่หน้าโรงเรียนตกใจแทบขี้แตก=_=มันจะบีบทำไมฟ่ะ รำคาญวุ้ย เมื่อฉันหันไปมอง ดวงตาสีน้ำตาลของฉันค่อยๆขยายขึ้นเรื่อยจนเป็นแบบนี้ OoO นะ...นั่นมัน ย้ากกกกกกกกกกก ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่ TTToTTT

เฮ้ เธอจะยืนโพสท่าอีกนาน....เธอ O.o

ใช่จริงๆด้วยTOT ไอ้คนขับกับไอ้ตาบอดนั่นเอง แงๆๆ T^T นี่มันตามฉันมาหรอเนี่ย ทำไงดี ทำไงดี รถคันนึงราคาเหยีบสิบล้าน ฉันดันเขียนภาพกราฟิกไว้เป็นหลักฐานอย่างสวยงาม แย่แล้วไวรัสเอ้ย ToT อ๊ะ นึกออกแล้วนี่เป็นทางเดียวและดูเหมือนว่ามันจะเข้าท่าที่สุด นั่นก็คือ ชิ่ง ค่ะ ชิ่ง

ฟิ้วววววววว

ดังจรวด ฉันวิ่งจู๊ดเข้าไปในโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ไม่รู้จะหนีไปไหนแล้ววิ่งเข้าโรงเรียนก่อนแล้วกัน

เฮ้ หยุดนะ ยัยเด็กจรจัดหยุดให้โง่สิฟ่ะ ฉันยังคงวิ่งซอกแซก เข้ารูนู้นออกรูนี้อย่างไม่คิดชีวิต เหนื่อยชะมัด Y^Y

ฟุบ

อ๊ะ ตรงนี้แหละ ตอนนี้ฉันพาร่างน้อยหลบอยู่ในห้องเล็กในอัศจรรย์ซึ่งฉันคิดว่าเด็กนอกโรงเรียนอย่างไอ้พวกบ้านั่นต้องไม่มีทางรู้เป็นอันขาด

นี่เธอเขามาแอบดูฉันแก้ผ้าหรอยัยหื่นเฮือก -_-;;

เสียงปริศนาดังขึ้นจากด้านหลัง ผะ...ผี ยะ...แย่แล้ว แม่หมอ เอ้ย แม่จ๋าช่วยไวรัสด้วยYYOYY

กรี๊ดดดดด....อุบ

มือใหญ่ๆของไอ้ผีบ้าอุดปากฉันไว้อย่างเหนียวแน่น ซวยแล้ว เพิ่งตายหมาดๆด้วย ตัวยังอุ่นๆอยู่เลย หรือว่าจะเป็น แวมไพร์ ใช่แล้ว มันต้องเป็นแวมไพร์ แหงๆ มันจะดูดเลือดฉ้านนนนนนนนนนนน TT^TT

ฉันปล่อยแล้วอย่าเสือกกรี๊ดออกมาอีกล่ะ ไม่งั้นฉันสับไม่เลี้ยงแน่

พูดจบมันก็ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ฉันได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น ผะ...ผีมันพูดกับด้วย แงๆๆ ช่วยด้วยฉี่จะราดแล้วYOY

เอ่อ นายใจเย็นนะอย่าดูดเลือดฉันเลย เลือดฉันน่ะไม่อร่อยหรอกขมจะตาย ปล่อยฉันไปเถอะนะ

ฉันว่าด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรสุดๆ แต่ในใจกับคิดอยู่ว่าแวมไพร์มันกลัวอะไร ปิ้ง ป่อง!! ไม้กางเขนไง แล้วแถวนี้มันจะมีมั้ยเนี่ย โฮๆๆๆๆT^T

พล่ามอะไรของเธอมันยังมีหน้ามาถาม

สายตาฉันสอดส่องเพื่อหาสิ่งของที่มันมีลักษณะคล้ายๆไม้กางเขน อ๊ะ นั่นเจอแล้ว ฉันกระโจนเข้าหยิบไม้ขนาดหย่อมๆสองท่อนแล้วเอามาทับกันให้มันเป็นรูปไม้กางเขนแล้วหันไปทางไอ้แวมไพร์บ้า

เฮ้ย...มันร้องออกมา ได้ผลแหะ>_<

นี่แน่ะ แกตายซะเถอะไอ้แวมไพร์โรคจิต ไอ้ $%#*@<#/%&....

ฉันหลับหูหลับตารัวคำด่าออกไป พร้อมกับค่อยๆถอยหลังออกจากประตูก่อนจะพ้นประตูฉันไม่ลืมที่จะโยนไม้ที่อยู่ในมือเขวี้ยงใส่กระบาลมัน

โอ้ยยยย

ปัง

ฉันยืนกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่หน้าประตู สมน้ำไอ้แวมไพร์เอ้ย บังอาจคิดจะดูดเลือดท่านไวรัสคนนี้ คิดผิดแล้ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล