รีวิว Legends of Runeterra คนชอบเกมการ์ดควรได้สัมผัส แฟน LoL ยิ่งต้องลอง!

รีวิว Legends of Runeterra คนชอบเกมการ์ดควรได้สัมผัส แฟน LoL ยิ่งต้องลอง!

รีวิว Legends of Runeterra คนชอบเกมการ์ดควรได้สัมผัส แฟน LoL ยิ่งต้องลอง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หนึ่งในเกมยุคใหม่ของค่าย Riot Games ที่หลังจากครบรอบ 10 ปีเกม League of Legends ในปีที่ผ่านมา ก็ได้ทำการแตกขยายสาขาเกมของตัวเองออกไปชนกับเกมประเภทอื่นอย่างที่เรียกได้ว่าบ้าบิ่นเลย เพราะแค่วันเดียวพวกเขาก็เปิดตัวเกมมากมายมากกว่า 5 เกม และเกมการ์ดก็เป็นหนึ่งในนั้นกับเกม Legends of Runeterra การ์ดเกมที่สร้างโดยใช้โลกของเกม LoL เป็นพื้นฐาน

เกม Legends of Runeterra หรือ LoR เป็นเกมการ์ดในแนวทางเดียวกับ Hearthstone คือใช้มานาในการเล่น มี Cost ที่ต้องการของการ์ดแต่ละใบที่แตกต่างกัน และหากใครเคยสัมผัสเกม Hearthstone มาก่อนก็ต้องบอกว่ามีกลิ่นที่คล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อย เพราะ Cost ต่างแล้ว แต่ละใบก็จะมี Health และ Damage ที่ทำได้ด้วยเช่นกัน

แต่จุดเด่นที่เกมนี้สร้างขึ้นไม่เหมือนทั้ง HS และ Shadowverse ก็คือการเล่นในเฟส Attack และ Block ที่จะให้ผู้เล่นได้เลือกว่าจะส่งตัวละครใดลงไปต่อสู้ในสนามตรงกลางบ้าง จะเก็บใครไว้แนวหลัง ซึ่งการ์ดแต่ละใบก็ทำงานได้แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่งอีกต่างหาก ช่วยสร้างความแตกต่างและเอกลักษณ์ของเกมได้เป็นอย่างดี

ความสามารถของการ์ดก็ค่อนข้างหลากหลายมากในขณะที่เป็นเกมพึ่งเปิดตัว เกมจะแบ่งรูปของการ์ดหลักๆ ออกเป็นแต่ละ Region หรือเมืองที่ตัวละครหรือการ์ดนั้นๆ สังกัดอยู่ และการ์ดในสังกัดต่างๆ ก็จะมีสายการเล่น รูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลต่อการจัดเด็คด้วย เพราะในหนึ่งเด็คจะมีการ์ดจากแต่ละสังกัดได้ไม่เกินสองสังกัด แม้อิสระจะน้อยลง แต่ก็ช่วยให้ผู้เล่นจัดเด็คได้ง่ายขึ้นมาก เพราะในสังกัดนั้นๆ ก็มักจะมีการ์ดที่ส่งเสริมความสามารถกันและกัน

อีกหนึ่งรูปแบบการ์ดที่โดดเด่นเหนือเกมการ์ดอื่นก็คือการ์ด Champion หรือก็คือการ์ดที่มีต้นแบบมาจากตัวละครในเกม LoL นั่นเอง ซึ่งความสามารถก็มักจะอ้างอิงตาม Lore หรือรูปแบบการเล่นของตัวละครนั้นๆ ในเกม LoL ซะด้วย ถ้าใครเล่น LoL มาก่อนจะเข้าใจความสามารถของการ์ดตระกูลนี้ได้อย่างง่ายดายเลยละ ซึ่งจุดเด่นที่การ์ด Champion มีเหนือกว่าการ์ดอื่นคือพวกเขาสามารถ Level Up ได้! โดยหากเราสามารถทำเงื่อนไขของการ์ดเหล่านี้ที่แตกต่างกันได้ พวกเขาจะพัฒนาความสามารถระหว่างเล่นได้ และจะเก่งขึ้นอย่างมาก อาจเป็นหนึ่งในจังหวะพลิกเกมให้เข้าช่วงที่ Champion เหล่านี้เก่งที่สุด และช่วยให้จากแพ้เป็นชนะได้เลย

ตัวอย่างง่ายๆ เช่นการ์ด Champion Elise เจ้าแม่แมงมุมที่จะ Level Up ได้เมื่อตอนเริ่ม Round มีการ์ดแมงมุมในฝั่งตัวเองสามตัวขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ทีแรกความสามารถของเธอจะสร้างลูกแมงมุมขึ้นมาเมื่อโจมตีสำเร็จ แต่เมื่อ Level Up เธอจะเสริมพลังให้แมงมุมทั้งหมดในฝั่งเธอให้โจมตีแรงขึ้น มีสกิลเพิ่มขึ้นอีกถึงสองสกิล ซึ่งเป็น Ace Unit ของเด็ค Aggro ที่โหดเหี้ยมหนึ่งตัวเลย

ว่าในฝั่งยูนิท ตัวละครที่ใช้ต่อสู้ไปแล้ว ในฝั่ง Spell ก็มีจุดที่แตกต่างไม่เหมือนชาวบ้านในเกมการ์ดตระกูลเดียวกันอีกเช่นกัน โดยการ์ด Spell ของเกมนี้ (ในตอนนี้) จะแบ่งออกเป็นสามแบบหลักๆ คือ Burst, Speed และ Slow ที่มีจังหวะการใช้งานที่แตกต่างกันเช่น Slow จะใช้ได้นอกจังหวะการต่อสู้เท่านั้น ในขณะที่ Burst สามารถใช้ตอนไหนก็ได้ เป็นต้น

อาจจะต้องพูดถึงเล็กน้อยคือในการจัดเด็คของเกมนี้นั้นสามารถจัดได้รวมกันสูงสุดที่ 40 ใบ และสามารถมีการ์ดแชมป์เปี้ยนได้ไม่เกิน 6 ใบในเด็ค เพราะการ์ดตระกูลนี้ค่อนข้างทรงพลังไม่เหนือตัวอื่นๆ ใน Cost เดียวกันนั่นเอง

อีกส่วนสำคัญของเกมที่ทีมงาน Riot Games ค่อนข้างภูมิใจ และเชื่อมั่นว่าเกมของพวกเขาจะแตกต่างจากคนอื่นคือรูปแบบ วิธีการที่จะได้มาซึ่งการ์ดแต่ละใบ โดยในเกมนี้การ์ดทุกใบสามารถใช้เงินในเกมที่ได้มาจากการเล่นตามปกติ ในการซื้อมาได้ทุกใบ มี Shard พิเศษที่แตกต่างกันถึง 4 ชนิด เขียว, ฟ้า, ม่วง, ทอง ในการเอาไปแลกการ์ดในระดับนั้นๆ มาใช้ได้ทันที ไม่พอคุณสามารถเลือกได้ว่าจะเน้นเล่นการ์ดในสังกัดไหนเป็นพิเศษ เพื่อที่คุณจะเก็บเลเวลในสังกัดนั้นๆ และปลดล็อคการ์ดในสังกัดที่เล่นมาใช้ได้ฟรีๆ ไม่ต้องไปแลกไปซื้อแต่อย่างใด เช่นเพื่อนๆ ชอบเล่นการ์ดในสังกัด Freijord ก็เลือกสังกัดดังกล่าว การ์ดในสังกัดก็จะมาอยู่ในมือเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น

วิธีการเล่นก็มีทั้งแบบเล่นกับคนอื่นตามปกติ เล่นกับ AI หรือจะเล่นโหมดพิเศษอย่าง Expedition โดยเราจะได้รับตั๋วพิเศษในการเข้าเล่นโหมดนี้มาแบบฟรีๆ สัปดาห์ละครั้ง เราจะสุ่มจัดเด็คทีละสามถึงสี่ใบ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการ์ดสักใบก็เล่นได้ เพราะเกมจะให้คุณสุ่มเลือกการ์ดได้ทุกใบในเกม มาจัดเด็คได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะสุ่มมั่วซั่ว และทำเรางงเอง เกมจะสนับสนุนผู้เล่นโดยการบอกให้เลยว่าการ์ดชุดที่สุ่มขึ้นมานี้ใช้เล่นในแนวทางแบบไหน ซึ่งถ้าเลือกสายการเล่นไปในแนวทางเดียวกัน ก็สามารถจัดเด็คสายการเล่นนั้นๆ ให้โหดสุดๆ ได้ไม่ยาก

เมื่อจัดเสร็จแล้ว คุณก็จะเข้าสู่โหมดการเล่น Expedition ที่จะเล่นต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นในโหมดเดียวกัน และต้องเก็บ Win Streak ให้ได้เยอะที่สุด เมื่อจบก็จะนำจำนวน Win Streak นั้นมาคำนวนเป็นของรางวัลในตอนจบอีกที นับเป็นโหมดสนุกๆ ที่ให้ผู้เล่นทุกคนได้เล่นแบบเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง

นอกจากเกมเพลย์ที่มีหลากหลายแบบ หลายโหมดแล้วรายละเอียดที่แอบซ่อนอยู่ในการ์ดแต่ละใบก็มีเพียบ เรียกว่าเป็นขุมทรัพย์ของผู้เล่นที่อินกับโลกของ LoL Universe อย่างมาก การ์ดแต่ละใบจะมีคำอธิบายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Quote ของเจ้าตัว คำที่คนกล่าวถึง คำอธิบายถึงตัวตนในการ์ดพวกนั้นในอีกหลากหลายมุม ไม่พอการ์ดแต่ละใบก็จะมีเงื่อนไขพิเศษที่เมื่อลงมาเจอกันในสนามก็สามารถพูดคุยกันได้ด้วย เช่น Garen กับ Katarina ที่เมื่อลงมาเจอกันในสนามก็พูดคุยกันสนิทสนมแปลกๆ เพราะใน Lore จริงแล้วพวกเขาอาจแอบคบกันอยู่

Review Score: 9/10

ในฐานะผู้เล่นเกมการ์ดที่ไม่ได้เล่นลึกซึ้งมาตั้งแต่สมัย Hearthstone เล่นไปได้ประมาณปีหนึ่งก็พักไป นี่เป็นอีกหนึ่งในเกมการ์ดที่สนุก น่าตื่นเต้น และอ่อนโยนต่อผู้เล่นใหม่ และผู้เล่นที่ไม่ใช้เซียนการ์ดขั้นสูงอย่างมาก เพราะระบบหลายๆ อย่างจะช่วยเราคิดเสมอ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเล่นจบแต่ละเกม แต่ผู้เขียนก็เชื่อว่านี่จะเป็นเกมการ์ดที่มีเพดานฝีมือที่สูงเช่นกัน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกฝน และใช้ความคิดเกี่ยวกับการจัดเด็ค ก็จะทำผลงานได้ดีกว่าได้อีกเช่นกัน อยากจะขอลบสักคะแนนในแง่ที่ผู้เล่นสายที่ชอบความอิสระในการเล่นที่สูงมากๆ ก็อาจจะมีหงุดหงิดนิดหน่อย ที่เกมช่วยคิดแทนเยอะไป บีบบังคับไปบ้าง

แถมคะแนนพิเศษสำหรับผู้เล่นเกม League of Legends ที่จะทำให้คุณอินกับเกมเป็นพิเศษ เป็นโบนัสที่ต่อยอดออกมาจากจักรวาลเกมฝั่ง MOBA ได้ยอดเยี่ยมมากๆ แถมยังมีอัพเดตที่ต่อเนื่องรวดเร็วมาก เพราะต่อจากตอนที่เปิดตัวครั้งแรกแบบ Alpha Test จนมากถึงวันเปิดตัว Open Beta นี้ พวกเขาก็พึ่งจะเพิ่มการ์ดชุดใหม่ ความสามารถสกิลแบบใหม่เข้าไป ถึงหนึ่งสังกัดใหญ่อย่าง Bilgewater และแชมป์เปี้ยนใหม่ การ์ดชุดใหม่ของแชมป์เปี้ยนนั้นๆ อีกเยอะมาก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook