4 โรคอันตรายจาก "ไตรกลีเซอไรด์" สูงเกินไป

4 โรคอันตรายจาก "ไตรกลีเซอไรด์" สูงเกินไป

4 โรคอันตรายจาก "ไตรกลีเซอไรด์" สูงเกินไป
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ไตรกลีเซอไรด์" เป็นไขมันที่มักพบในร่างกาย และหลายคนมักพยายามลดปริมาณไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายเพราะเข้าใจว่าเป็นไขมันที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่อาจยังไม่ทราบว่าไตรกลีเซอไรด์อันตรายจริงหรือไม่ และอันตรายอย่างไรบ้าง

ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร?

ผศ.พญ.ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร หัวหน้าสาขาวิชาโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล ให้ข้อมูลไว้ในรายการของ Mahidol Channel ว่า ไตรกลีเซอไรด์ คือ ไขมันประเภทหนึ่งในร่างกายที่เกิดขึ้นได้จากการรับประทานอาหารประเภทไขมันในปริมาณมาก เช่น ขาหมู มันหมู เราจึงพบค่าไตรกลีเซอไรด์ที่สูงในคนอ้วนเป็นส่วนมาก

แต่ปัญหาก็คือผู้ป่วยส่วนใหญ่มักละเลยในค่าไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเพราะไม่อาจควบคุมอาหารที่รับประทานได้ จึงทำให้ผู้ป่วยประสบปัญหากับโรคต่างๆ ตามมาทั่วร่างกายทั้ง ตับ ไต หัวใจ สมอง

สาเหตุไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง

  • รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป น้ำตาลในเลือดที่สูงจะเปลี่ยนรูปเป็นไตรกลีเซอไรด์ได้ โดยเฉพาะอาหารประเภทข้าว แป้ง น้ำตาล กลุ่มที่สามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว เช่น น้ำหวาน เป็นต้น
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิด ยารักษาไทรอยด์ เป็นต้น

ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ปกติ

เมื่อเรางดน้ำงดอาหาร 8-10 ชั่วโมง แล้วมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ปกติควรน้อยกว่า 150 mg/dl หากมีไตรกลีเซอไรด์สูงกว่า 500 หรือ 1000 mg/dl อาจเสี่ยงตับอ่อนอักเสบได้

ปกติแล้วคนเรามี “อินซูลิน” ที่ทำหน้าที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ เอาน้ำตาลไปเก็บ ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูง อินซูลินจะทำงานหนักมากและเริ่มทำงานไม่ไหว เมื่อนั้นอาจทำให้ไตรกลีเซอไรด์ค่อยๆ เริ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้นปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายจะสูงขึ้นเมื่อเรารับประทานอะไรเท่าไรอย่างไรในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการทำงานของอินซูลินของแต่ละคนด้วย

สัญญาณอันตราย “ไตรกลีเซอไรด์” สูง

หากร่างกายมีไตรกลีเซอไรด์สูง อาจไม่มีอาการใดๆ แสดงให้เห็นก็ได้ แต่คนที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงเป็นเวลานาน หรือมีความผิดปกติมาจากกรรมพันธุ์ อาจมีอาการบางอย่างแสดงออกให้เห็นอยู่บ้าง เช่น

  • ตุ่มเล็กๆ ที่ข้อศอก แขน หรือลำตัว แต่อาจจะเจอไม่บ่อย
  • หากไตรกลีเซอไรด์สูงมากจนเสี่ยงตับอ่อนอักเสบ อาจแสดงอาการบางอย่าง เช่น ปวดท้องบริเวณกลางท้องอย่างรุนแรงจนอาจทะลุไปด้านหลัง 

4 โรคอันตรายจาก "ไตรกลีเซอไรด์" สูงเกินไป

หากยังปล่อยให้มีปริมาณไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายสูงเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอันตรายต่างๆ ได้ ดังนี้

  1. หลอดเลือดแข็ง 
  2. หลอดเลือดสมอง
  3. หลอดเลือดหัวใจ
  4. ตับอ่อน

ดังนั้นจึงจำแนกได้ว่า อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไตรกลีเซอไรด์สูง จะเกิดขึ้นกับ ตับ ไต หัวใจ และสมอง

อาหารลดไตรกลีเซอไรด์

  • น้ำมันปลา

น้ำมันปลา (ไม่ใช่ น้ำมันตับปลา) หรือ fish oil มีกรดไขมันโอเมก้า-3 โดยปกติแล้วร่างกายต้องการเพียง 500 มก. - 1 กรัม แต่หากจะกินน้ำมันปลาเพื่อลดไตรกลีเซอไรด์ ต้องบริโภคราว 2-4 กรัมต่อวัน ดังนั้นจะต้องกินในปริมาณที่มากกว่าปกติถึง 4-8 เท่า เพื่อประสิทธิภาพในการลดไตรกลีเซอไรด์โดยเฉพาะ

อาหารที่ไม่ได้ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์

กระเทียม - ช่วยลดความดันโลหิตสูง แต่ไม่ได้ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์

น้ำผึ้ง - รับประทานมากๆ อาจเพิ่มไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้

กินอย่างไร ถึงจะช่วยลดไตรกลีเซอไรด์

  1. ลดการรับประทานอาหารที่ไม่ไขมันสูง รวมถึงแป้งและน้ำตาลสูงด้วย
  2. กินอาหารตามปกติ แต่ควบคุมไม่กินมากเกินไป
  3. ใครที่น้ำหนักเกินมาตรฐานอยู่ ควรลดน้ำหนักลงมาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือลดลงมา 5% จากน้ำหนักเดิม
  4. ออกกำลังกาย 3-5 ครั้ง หรือ 150 นาทีต่อสัปดาห์ (วันละ 30-50 นาที)
  5. ลดการดื่มแอลกอฮอล์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook