
5 มือถือราคาไม่เกิน 3,000 บาท รุ่นคุ้มค่าน่าซื้อสำหรับคนงบน้อย มีรุ่นใดให้เลือกบ้าง ?
สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีราคาไม่เกิน 3,000 บาท ถือว่าเป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากจะมีราคาค่าตัวที่ย่อมเยา สบายกระเป๋าแล้ว มือถือราคาระดับนี้ ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์การใช้งานพื้นฐานแบบครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด แต่ต้องการความคุ้มค่า หรือจะซื้อไว้เป็นเครื่องสำรองก็ได้เช่นกัน มาดูกันดีกว่าว่า 5 มือถือรุ่นแนะนำ ในราคาไม่เกิน 3,000 บาท มีรุ่นใดให้เลือกซื้อบ้าง
1. Wiko Kenny

เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับ Wiko Kenny ด้วยราคาค่าตัวเพียง 2,990 บาท แต่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 7.0 (Nougat) โดยตัวเครื่องมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ IPS Display ความละเอียด 854 x 480 พิกเซล, หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.1 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-T720 GPU, หน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 32 GB, กล้องด้านหน้าและด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED ที่กล้องด้านหลัง, รองรับเครือข่าย 4G, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และแบตเตอรี่ขนาด 2500 mAh

มือถือ 4G น้องเล็กสเปกสุดคุ้มกับ Huawei Y3II รุ่นนี้ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 854 x 480 พิกเซล, ชิปเซ็ต MediaTek MT6735P (64-bit) แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.3 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-T720 GPU, หน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB, หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 8 GB รองรับ microSD Card, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED, รองรับเครือข่าย 4G LTE, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด, แบตเตอรี่ขนาด 2100 mAh และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 (Lollipop)
สำหรับราคาของ Huawei Y3II อยู่ที่ 2,990 บาท

ด้านแบรนด์เอซุส ก็มีมือถือราคาประหยัดเช่นกันกับ ASUS Zenfone Go (ZB452KG) มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 854 x 480 พิกเซล, ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon MSM8212 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.2 GHz, หน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB, หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 8 GB รองรับ microSD Card, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED, รองรับเครือข่าย 4G LTE, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด, แบตเตอรี่ขนาด 2070 mAh และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 (Marshmallow)
ส่วนราคาของ ASUS Zenfone Go (ZB452KG) อยู่ที่ 2,990 บาท

รุ่นราคาประหยัดในซีรี่ส์ Galaxy J กับ Samsung Galaxy J1 Mini มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล, หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.2 GHz, หน่วยความจำ RAM ขนาด 750 MB, หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 8 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128 GB, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด, แบตเตอรี่ขนาด 1500 mAh และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 (Lollipop)
ส่วนราคาของ Samsung Galaxy J1 Mini อยู่ที่ 2,290 บาท

มือถือรุ่นสุดคุ้มสัญชาติจีนกับ ZTE Blade L5 Plus โดยรุ่นนี้ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล, ชิปเซ็ต MediaTek 6580 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.3 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-400MP2 GPU, หน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB, หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 8 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 32 GB, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รองรับเครือข่าย 4G LTE, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด, แบตเตอรี่ขนาด 2150 mAh และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 (Lollipop)
ส่วนราคาของ ZTE Blade L5 Plus อยู่ที่ 2,990 บาท
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :www.techmoblog.com