![[Hands On] OPPO Find X2 / Find X2 Pro มือถือเรือธงที่จอสวย เทคโนโลยีอัดแน่น รองรับ 5G](http://s.isanook.com/hi/0/ud/299/1496573/findx2.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
OPPO เปิดตัวเรือธงที่เรียกได้ว่าเป็น Innovation อย่างมากในหลายเรื่องกับตระกูล Find Series อย่างรุ่น Find X2 และ Find X2 Pro วันนี้ทีม Sanook Hitech ได้สรุปจากการสัมผัสแรกมาแบบสั้นๆ มาดูกันว่าเป็นอย่างไร
เริ่มต้นกับด้านหน้าของ OPPO Find X2 Series ทั้ง 2 รุ่นจะมีหน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด QHD+ ที่ละเอียดกว่าเดิม 3168x1440 พิกเซล ถือว่าละเอียดมาก และเทคโนโลยีของหน้าจอรุ่นนี้มีมากขึ้น เช่น True Billion Colour Display (10 bit Colour Display) ให้สีหน้าจอที่สดมาก และ ค่า Refresh Rate ของจอ OPPO Find X2 ทั้ง 2 รุ่นเป็นแบบ 120Hz (ปรับลดลงมาเหลือ 60 Hz เพื่อประหยัดไฟ หรือจะตั้ง Auto Select ก็ได้) พร้อมกับส่วนบนเป็นกล้อง 32 ล้านพิกเซล ทำให้หน้าจอในภาพรวมตอบสนองดี และสีสันสดใส่ เพราะกับมีชิปประมวลผล O1 Ultra Vision ช่วยปรับการแสดงอัจฉริยะ การแสดงผลจะเหมือนรับชมทีวีในบ้านคุณชั้นดี



รอบตัวเครื่องจากที่สัมผัส OPPO เลือกวัสดุค่อนข้างดีและนำมาตกแต่งให้ดูสวยและไร้รอยต่อพอสมควรฝั่งซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง, ฝั่งขวามีปุ่มสำหรับเปิด ปิด ตัวเครื่อง แต่สังเกตว่าหน้าจอรุ่นนี้จะโค้งลงมาทำให้ขอบหน้าจอนั้นบางมากแต่การติดฟิล์มต้องระวังหน่อย ส่วนบนมีแค่ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และ ล่างสุดมีช่องใส่ซิมการ์ด Dual Nano SIM, USB-C ไมโครโฟนหลัก และ ลำโพงตัวเครื่อง




ด้านหลังของ OPPO Find X2 Series มีการออกแบบคล้ายกันคือถ้าเป็นสีดำ จะเป็นกระจกเซรามิค แน่นอนว่าน้ำหนักของมันก็เพิ่มจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน แต่มันก็ออกแบบลวดลายข้างในได้สวยงามอย่างมากเลยทีเดียว นอกจากนี้การติดตั้งกล้องอยู่ด้านบนทำให้ดูไปแล้วอาจจะไม่ได้ฉีกจากมือถือที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ แต่ OPPO ตั้งใจทำให้กล้องดูบางลงและเครื่องไม่หนาจนเกินไปนั่นเอง ส่วนรายละเอียดกล้องไว้ดูในส่วนถัดไป และน้ำหนักต้องยอมรับว่า ถ้าเป็น Find X2 ถือว่าไม่หนักเกินไป แต่ถ้า Find X2 Pro ก็จะมีน้ำหนักพอสมควร



สเปกของ OPPO Find X2
สเปกของ OPPO Find X2 Pro
เมื่อเทียบภาพรวมของสเปกนั้น ถ้าเอาความเป็นจริงสิ่งที่แตกต่างกันคือเรื่องกล้อง, แบตเตอรี่, ความจำเล็กน้อยเท่านั้น แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกของมือถือในเมืองไทยที่ใช้ Qualcomm Snapdragon 865 และเมื่อลองสั้นๆ ก็พบว่าตัวเครื่องไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่หากเปิดทำงานจริง แต่คาดว่าอยู่ในสถานที่ปิดทำให้ความร้อนไม่แสดงผลก็เป็นได้


ส่วนระบบปฏิบัติการเปลี่ยนเป็น Color OS 7.1 และพื้นฐานบน Android 10 ช่วยให้การทำงานลื่นไหลเยอะมาก รวมถึงการแสดงผลหน้าจอที่บอกไปตั้งแต่ต้น สีสันและการปรับต่างๆ ด้วยระบบปฏิบัติการนี้ทำให้มันง่ายและมีผลทันที
กล้องของ OPPO Find X2 / Find X2 Pro เป็นอย่างไร

ต่อมาจะเป็นเรื่องของกล้องล่ะครับ เพราะว่าความแตกต่างที่เห็นชัดเจนคือ ในรุ่น Pro มีการเปลี่ยนระบบ โฟกัสแบบให้เป็น omnidirectional PDAF ใช้เซนเซอร์ของ Sony IMX689 รุ่นใหม่ทำให้การทำงานของมันนั้นดูดีพอสมควร เลนส์ Wide ที่ความละเอียดเท่ากล้องหลักทำให้การถ่ายภาพนั้นดูดีอยู่

ขณะที่เลนส์ซูมแม้ว่าถ้าดูสเปกทุกอย่างจะเหมือนกับ OPPO Reno 10X Zoom เลยก็ว่าได้ แต่ว่ามีการปรับปรุงให้ระบบโฟกัสทำงานได้แล้วนั่นเอง

ส่วนรุ่นปกติอย่าง OPPO Find X2 ก็มีกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล เซนเซอร์คนละตัวกันกับ Find X2 Pro แต่ก็ยังให้สีสันที่จัดว่าดี ส่วนกล้องเลนส Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ เลนส์ Tele photo ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่ลดสเปกพอสมควร
และทั้งคู่ยังมีระบบการถ่ายวิดีโอป้องกันภาพสั่นไหว แต่ยังคงทำได้ที่ 1080P 60 FPS อยู่ ตัวกล้องจริงถ่ายความละเอียดได้สูงสุด 4K 60 FPS พร้อมกับไมโครโฟนที่ตัดเสียงลมได้ และยังมีการบันทึกเสียงแบบโฟกัส หรือ 3D Voice ได้เช่นเดียวกัน
ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลจัดว่าให้ความละเอียดใช้ได้และมี Beauty Mode แต่ส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่าเมนูของกล้องนั้นดูจะควบคุมง่ายขึ้นเพราะเปลี่ยน UI นั่นเอง



(ตัวอย่างภาพจากกล้อง OPPO Find X2 Pro)

แบตเตอรี่ไม่ได้ทดสอบว่าอึดไหม แต่มีระบบชาร์จไฟเร็วถึง 65W ถ้าเปรียบแล้ว ใช้หมดจริง ชาร์จไฟเต็มเร็วภายใน 38 นาที จัดว่าตอบสนองได้ทันใจมากพอสมควรร

OPPO เองได้กล่าวว่า มือถือของตนเป็นการนำ ศิลปะการออกแบบ และ เทคโนโลยีสุดล้ำเข้าด้วยกัน ผมเองเห็นแล้วก็บอกว่าอาจจะไม่ผิดเพราะการออกแบบของทั้งคู่สวยและลงตัว การทำงานต่างๆ ถ้านับจากรุ่นก่อนหน้าที่ผมแทบบอกว่าไม่มีอะไรเด่นนอกจากกล้อง POPUP นี่ถือว่าแก้มือได้ดี เน้นความเป็นจริง มากกว่าการหลุดกรอบเกินไป เพียงแต่ว่า ถ้าคุณจับแล้วจะเป็นอย่างไร ก็คงต้องเป็นการซื้อใจแล้วล่ะครับว่า Find X2 / Find X2 Pro เหมาะกับคุณแค่ไหน แต่ถ้าเลือกแล้วตัวไหนดี เรามีคำตอบ ในเบื้องต้น



ทั้งนี้ OPPO เปิดจองมือถือรุ่นนี้กับของแถมที่เรียกได้ว่าอลังการงานสร้างเลยทีเดียวถึง 15,xxx บาท ซึ่งเปิดจองทั้งคู่ 9 – 19 มีนาคมนี้ พร้อมกับโปรโมชั่นจากผู้ให้บริการลดได้อีก 15,000 บาทกันเลยทีเดียว

และเซอร์ไพรส์สำหรับใครรอคอย OPPO Enco Free ที่ทีม Sanook Hitech ได้รีวิวไปแล้วนั้นอยู่ที่ 3,999 บาท ซึ่งคุณสามารถอ่านรีวิวได้ข้างล่างนี้ และนี่เป็นหนึ่งในของแถมมูลค่า 15,xxx บาทเช่นเดียวกัน

ส่วนใครรอ OPPO Watch เร็วๆ นี้เจอกันครับ และรายละเอียดจากการทดสอบจริงของมือถือรุ่นนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านทาง Sanook Hitech ในเร็วๆ นี้
อัลบั้มภาพ 26 ภาพ