Seagate เผยรายงานชี้ดาต้าเซ็นเตอร์เผชิญความท้าทายด้านความยั่งยืนจากยุค AI บูม

Seagate Technology ผู้นำด้านโซลูชันจัดเก็บข้อมูลความจุสูงระดับโลก ได้เปิดเผยรายงานล่าสุดที่เจาะลึกถึงประเด็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ รายงานนี้อ้างอิงจากการสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความยั่งยืนที่ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเผชิญอยู่ ท่ามกลางการขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับความต้องการประมวลผลของ AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ข้อมูลจาก Goldman Sachs Research คาดการณ์ว่าความต้องการพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะพุ่งสูงขึ้นถึง 165% ภายในปี 2030 สอดคล้องกับรายงานปี 2023 ของ Seagate ที่ระบุว่า 53.5% ของผู้นำธุรกิจไอทีให้ความสำคัญกับประเด็นการใช้พลังงานเป็นอันดับต้น ๆ ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดความท้าทายนี้คือ ปริมาณข้อมูลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่พัฒนาช้าลง และการนำ AI ไปใช้งานในวงกว้าง ซึ่งส่งผลให้องค์กรต้องบริหารจัดการทั้งการปล่อยคาร์บอน การขยายโครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) อย่างรอบด้าน

ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจ
- AI จุดชนวนความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมหาศาล: ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 94.5% ระบุว่ามีความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และ 97% เชื่อว่าการเติบโตของ AI จะเป็นตัวเร่งให้ความต้องการนี้ทวีคูณยิ่งขึ้น
- ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม VS. ต้นทุนโดยรวม: แม้ว่าเกือบ 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามจะตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่มีเพียง 3.3% เท่านั้นที่นำประเด็นนี้มาเป็นเกณฑ์หลักในการตัดสินใจเลือกซื้อเทคโนโลยี
- อุปสรรคสำคัญต่อความยั่งยืนของดาต้าเซ็นเตอร์: อุปสรรคหลักที่ถูกระบุตามลำดับความสำคัญคือ การใช้พลังงานที่สูงขึ้น (53.5%), ความต้องการวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น (49.5%), ข้อจำกัดด้านพื้นที่ (45.5%), ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน (28.5%) และต้นทุนการจัดซื้อ (27%)
- ช่องว่างในการบริหารจัดการวงจรชีวิตของอุปกรณ์: แม้ว่า 92.2% ของผู้ตอบแบบสอบถามจะเห็นความสำคัญของการยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล แต่มีเพียง 15.5% เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นลำดับแรก ๆ ในกระบวนการตัดสินใจซื้อ
"ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่ต้องรองรับเวิร์กโหลดที่เข้มข้นขึ้นจาก AI ยุคใหม่ แต่ยังเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล" เจสัน ไฟสต์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายการตลาดคลาวด์ของ Seagate กล่าว "ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปรับมุมมองต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล นี่ไม่ใช่การเลือกระหว่างต้นทุนและความยั่งยืน แต่เป็นโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งสองด้านไปพร้อมกัน"
สำหรับองค์กรที่กำลังขยายขีดความสามารถด้านข้อมูล มีทางเลือกหลัก 3 ประการ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม, การขยายพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือการย้ายเวิร์กโหลดสู่คลาวด์ ซึ่งแต่ละแนวทางต้องพิจารณาถึงความสมดุลระหว่างต้นทุน การปล่อยคาร์บอน และการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดเรื่อง TCO และความยั่งยืนสามารถไปด้วยกันได้ การตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้พลังงาน พื้นที่ วัตถุดิบ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในวันนี้ จะส่งผลกระทบต่อทั้งผลประกอบการและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รายงานได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมข้อมูล:
- นวัตกรรมทางเทคโนโลยี: เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ความก้าวหน้าด้านพลังประมวลผล, ความหนาแน่นในการจัดเก็บข้อมูล และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว/การแช่ และระบบ HVAC มีบทบาทสำคัญในการลดการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอน ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์ม Mozaic 3+ ที่ใช้เทคโนโลยี HAMR ของ Seagate ซึ่งเริ่มผลิตในระดับอุตสาหกรรมแล้ว สามารถเพิ่มความจุได้ถึง 3 เท่าในพื้นที่เท่าเดิม ลดการปล่อยคาร์บอนต่อเทราไบต์ได้มากกว่า 70%² และลดต้นทุนต่อเทราไบต์ได้ถึง 25%³.
- การยืดอายุการใช้งานและเศรษฐกิจหมุนเวียน: การซ่อมแซม, การนำกลับมาใช้ใหม่ และการบำรุงรักษาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ การติดตามสภาพแวดล้อมของอุปกรณ์แบบเรียลไทม์และการรายงานข้อมูลที่โปร่งใส จะช่วยส่งเสริมความรับผิดชอบและความยั่งยืนในระบบนิเวศของดาต้าเซ็นเตอร์
- การแบ่งปันความรับผิดชอบในระบบนิเวศ: การลดการปล่อยคาร์บอนทั้ง Scope 1, 2 และ 3 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ผลิต, ผู้จัดจำหน่าย, ซัพพลายเออร์ ไปจนถึงผู้ให้บริการคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
"ความยั่งยืนไม่ใช่เป้าหมายที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะบรรลุได้โดยลำพัง การนำแนวทางแบบองค์รวมมาใช้ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน, การจัดการวงจรชีวิตของอุปกรณ์ ไปจนถึงการแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกันในอุตสาหกรรม จะช่วยให้เราสามารถรองรับการเติบโตของ AI และการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม" เจสัน ไฟสต์ กล่าวทิ้งท้าย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
![[CES 2026] Lenovo Legion รุ่นใหม่เปิดตัวครบ Lineup](http://s.isanook.com/hi/0/ud/324/1620726/leg(1).jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


