ช้างศึกต้านไม่ไหวพ่ายซาอุ0-3เกมเดือดตะเพิดอุ้ม

ช้างศึกต้านไม่ไหวพ่ายซาอุ0-3เกมเดือดตะเพิดอุ้ม

ช้างศึกต้านไม่ไหวพ่ายซาอุ0-3เกมเดือดตะเพิดอุ้ม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทยพยายามสู้อย่างเต็มที่แล้วแต่ต้านความแข็งแกร่งของเจ้าบาน  ซาอุดิอาระเบีย ไม่ไหวพ่ายไป 0-3 เกมเดือดทดเจ็บ ธีราธร บุญมาทัน สังเวยใบแดง ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบ 20 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม นัดหน้าเปิดบ้านรับจ่าฝูง ออสเตรเลีย

ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบ 20 ทีมสุดท้าย โซนเอเชียนัดที่สี่กลุ่มดี "เศรษฐีน้ำมัน" ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย เปิดบ้านพบกับ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ซึ่งในเกมแรกที่พบกันเสมอกัน 0-0 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ส่วนสถานการณ์ก่อนแข่งเจ้าบ้านมี 2 คะแนนรั้งอันดับสุดท้ายของกล่ม ส่วนไทยมี 4 คะแนน อยู่อันดับที่ 3

เกมนี้เจ้าบ้านหวังเก็บ 3 แต้มเพื่อต่ออายุในการผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 10 ทีมสุดท้าย จัดผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามนำโดย โอซามา ฮาวซาวี่ , โมฮัมเหม็ด อัล ชาลฮูบ และ โมฮัมเหม็ด นอร์ กองหน้าตัวเก่ง

ส่วนทีมชาติไทยเกมนี้ต้องปรับผู้เล่นหลายตำแหน่ง โดย สุรัตน์ สุขะ ไม่ผ่านความฟิตทำให้ต้องโยกเอา จักรพันธ์ แก้วพรม มาเล่นกองกลางคู่กับ อดุล หละโสะ ส่วนกองหน้าตัวเป้าส่ง กีรติ เขียวสมบัติ ลงเล่นแทน ธีรศิลป์ แดงดา ที่มีอาการบาดเจ็บไม่ได้เดินทางมากับทีม

เปิดเกมทีมซาติซาอุดิอาระเบียเจ้าบ้านพยายามเปิดเกมลุยใส่ไทยตั้งแต่ต้นเกม และก็มีโอกาสก่อนในนาทีที่ 4 จาก ทาอิเซียร์ อัล จาสซัม ได้โหม่งในกรอบเขตโทษจากการเปิดของ โมฮัมเหม็ด อัล ชาลฮู แต่บอลข้ามคานไป

เจ้าบ้านยังคงเปิดเปิดเกมลุยอย่างหนัก และก็ได้ลุ้นอีกครั้งจากการยิงในกรอบเขตโทษด้านขวาของ ฮัสซัน ฟัลลาตาห์ ในนาทีที่ 6 แต่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูทีมชาติไทยังปัดออกหลังไปได้

ช่วง 10 นาทีแรกทีมชาติไทยยังไม่สามารถสร้างจังหวะกดดันเจ้าบ้านได้เลย และนาทีที่ 12 ก็เกือบโดนประตูขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อ โมฮัมเหม็ด นอร์ กองหน้าตัวเก่งเจ้าบ้านได้จังหวะซัดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ สินทวีชัย ยังล้มตัวรับไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

หลังจากนั้นเกมยังเป็นเจ้าบ้านที่เปิดเกมใส่ทีมชาติไทยอย่างหนัก แต่ขุนพลช้างศึกยังยันสกอร์ไว้ได้ทำให้ผ่านครึ่งชั่วโมงเสมอกัน 0-0

เกมผ่านครึ่งชั่วโมงทีมชาติไทยเล่นได้ดีขึ้น และมีจังหวะพาบอลมากดดันซาอุดิอาระเบียได้เหมือนกัน แต่แล้วนาทีที่ 34 ไทยต้องเปลี่ยนผู้เล่นเป็นคนแรกโดยส่ง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลงมาเล่นแทน อภิภู สุนทรพนาเวศ ที่มีอาการบาดเจ็บ

โดยนาทีที่ 39 ไทยเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะโต้กลับ จักรพันธ์ แก้วพรม ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่จังหวะยิงด้วยซ้ายไปโดนกองหลังเจ้าบ้านสกัดไปได้

นาทีที่ 41 ซาอุดิอาระเบียเกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ โมฮัมเหม็ด นอร์ ได้เก็บตกยิงในกรอบเขตโทษเหน่งๆแต่ ชลทิตย์ จันทคาม สกัดไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ช่วงท้ายครึ่งแรกยังเป็นเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกเป็นส่วนใหญ่ แต่แนวรับทีมชาติไทยยังช่วยกันยันไว้ได้ดี และก็มีโอกาสสวนกลับเล่นเช่นเช่นกัน แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ทำให้จบครึ่งเวลาแรกทีมชาติซาอุดิอาระเบีย เสมอกับทีมชาติไทยอยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังเกมยังเป็นซาอุดิอาระเบียที่เปิดฉากบุกใส่ไทยอย่างหนัก และนาทีที่ 59 ก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้จากจังหวะที่ โมฮัมเหม็ด นอร์ เปิดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษมาให้ นาอิฟ ฮาซาซี่ โหม่งยัดไปที่เสาแรก สินทวีชัย พยายามล้มตัวปัดแต่บอลเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงามให้ ซาอุดิอาระเบีย ขึ้นนำทีมชาติไทยไปก่อน 1-0

หลังจากโดนประตูขึ้นนำทีมชาติไทยไม่มีทางเลือกพยายามเปิดเกมลุยใส่เจ้าบ้านบ้าง และนาทีที่ 64 ก็ได้ลุ้นประตูเช่นกันจากจังหวะที่ ดัสกร ทองเหลา ได้ซัดนอกกรอบเขตโทษแต่บอลแรงข้ามคานออกไปไกล หลังจากนั้นทีมชาติไทยส่ง สุระชาติ สารีพิมพ์ กับ พิภพ อ่อนโม้ ลงมาเสริมเกมรุกแทน พิชิตพงษ์ เฉยฉิว และ กีรติ เขียวสมบัติ พร้อมปรับมาเล่นระบบกองหน้าคู่

นาทีที่ 71 ทีมชาติไทยพลาดประตูตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย จากการประสานงานของสองตัวสำรอง พิภพ อ่อนโม้ ตักบอลจากกราบขวาไปให้ สุระชาติ สารีพิมพ์ จับบอลด้วยขวาก่อนจะหาจังหวะยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษแต่ศูนย์หน้าจากสโมสร อินทรีเพื่อนตำรวจ กลับยิงข้ามคานไปอย่างน่าผิดหวัง

เกมเปิดแลกกันอย่างสนุก และนาทีที่ 75 ไทยรอดพ้นการเสียประตูไปถึงสองครั้งติดจากจังหวะที่ นาสเวอร์ อัลชานี่ เห็นสินทวีชัยออกมาพยายามชิพบอลแต่ผู้รักษาประตูจากชลบุรียังปัดข้ามคานไปได้ และจากลูกเตะมุม อัลชานี่ ได้ยิงนอกกรอบหลุดกรอบไป
ซาอุดิอาระเบียเกือบได้ประตูที่สองอีกครั้งในนาทีที่ 78 จากจังหวะที่ นาอิฟ ฮาซาซี่ ได้ยิงในกรอบเขตโทษด้วยขวาโล่งๆแต่หลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย และแล้วนาทีที่ 81 ทีมชาติไทยก็โดนประตูที่สองจนได้จากจังหวะที่ อาห์เหม็ด อัล ฟราอิดี้ ได้บอลในกรอบเขตโทษก่อนใช้ความสามรถเฉพาะตัวเลี้ยงหลบกองหลังไทยสี่ห้ารายก่อนยิงด้วยขวาเข้าไปง่ายให้ ซาอุดิอาระเบียนำไทยเป็น 2-0

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 พิภพ อ่อนโม้ เกือบทำประตูตีตื้นให้ทีมชาติไทย เมื่อได้โหม่งในกรอบเขตโทษ แต่ตรงตัวผู้รักษาประตู และจากจังหวะโต้กลับซาอุดิอาระเบียมาได้ประตูที่สามจากจังหวะที่ ธีราธร บุญมาทัน ทำฟาว์ลผู้เล่นเจ้าบ้านผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกจุดโทษและเป็น โมฮัมเหม็ด นอร์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้เจ้าบ้านนำห่างเป็น 3-0

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บผู้เล่นทั้งสองทีมเกือบมีเรื่องตะลุมบอลกัน เมื่อ สุเชาว์ นุชนุ่ม มีเรื่องปะทะกับผู้เล่นเจ้าบ้าน ทำให้ผู้เล่นทั้งสองทีมกรูเข้าหากัน แต่ก็ไม่มีอะไรบานปลาย แต่ผู้ตัดสินฮ่องกงวิ่งไปปรึกษากับผู้ช่วยผู้ตัดสินก่อนควักใบแดงไล่ ธีราธร บุญมาทัน ออกจากสนามรวมถึงให้ใบเหลืองกับ ธีรเทพ วิโนทัย ตัวสำรองที่วิ่งลงมาในสนาม หลังจากนั้นก็เป่านกหวีดจบเกมทีมชาติซาอุดิอาระเบียเปิดบ้านเอาชนะทีมชาติไทย 3-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ทีมชาติไทย : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล(GK) , สุรีย์ สุขะ , นิเวส ศิริวงค์ , ชลทิตย์ จันทคาม , ธีราธร บุญมาทัน , สุเชาว์ นุชนุ่ม , อดุล หละโสะ , อภิภู สุนทรพนาเวศ( พิชิตพงษ์ เฉยฉิว น.34(พิภพ อ่อนโม้ น.66)) , จักรพันธ์ แก้วพรม , ดัสกร ทองเหลา(C) , กีรติ เขียวสมบัติ(สุระชาติ สารีพิมพ์ น.67)

ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย : 1 วาลีด อาลี (GK) , 3 โอซามา ฮาวซาวี่ , 5 โอซามา อัล ฮาร์บี้ , 8 โมฮัมเหม็ด นอร์(C) , 9 นาอิฟ ฮาซาซี่ , 10 โมฮัมเหม็ด อัล ชาลฮูบ , 12 ฮัสซัน ฟัลลาตาห์ , 14 ซาอุด คารีรี่ , 15 อาห์เหม็ด อัล ฟราอิดี้ , 17 ทาอิเซียร์ อัล จาสซัม , 23 อัลดุลลา อัล ดอสซารี่

สรุปผลการแข่งขันคู่อื่นกลุ่มดี โอมาน ชนะ ออสเตรเลีย 1-0 ตารางคะแนนล่าสุด จ่าฝูง ออสเตรเลีย 4 นัด 9 คะแนน , อันดับ 2 ซาอุดิอาระเบีย 4 นัด 5 คะแนน ,  อันดับ 3 ไทย 4 นัด 4 คะแนน , อันดับ 4 โอมาน 4 นัด 4 คะแนน

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของกลุ่มดี วันที่ 15 พ.ย. ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติออสเตรเลีย , ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย พบ ทีมชาติโอมาน

คลิป ซาอุฯ ชนะ ไทย 4-0

<< คลิกเพื่อชมภาพใหญ่ >>


อัลบั้มภาพ 11 ภาพ

อัลบั้มภาพ 11 ภาพ ของ ช้างศึกต้านไม่ไหวพ่ายซาอุ0-3เกมเดือดตะเพิดอุ้ม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook