มาร์คประชุมครม.เศรษฐกิจเน้นย้ำเรื่องส่งออกและท่องเที่ยว

มาร์คประชุมครม.เศรษฐกิจเน้นย้ำเรื่องส่งออกและท่องเที่ยว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
มาร์ค ประชุม ครม.เศรษฐกิจ เน้นย้ำเรื่องส่งออกและท่องเที่ยว เตรียมเปิดตลาดใหม่หาเม็ดเงินเพิ่ม เมินคำปรามาท โอฬาร บอกมั่นใจในมาตรการที่ทำอยู่จะทำให้จีดีพีของประเทศอยู่ในแดนบวกได้

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม.เศรษฐกิจว่า ที่ประชุมได้หารือกันมากคือ ปัญหาที่ค้างเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศที่เป็นอุปสรรคต่อนักลงทุนชาวต่างประเทศ ซึ่งสิ่งที่พบคือปัญหาเรื่องการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร ดีเอสไอ บีโอไอและกระทรวงต่างๆ ซึ่งหลายกรณีความเห็นไม่ตรงกัน พัวพันเป็นปัญหาและอุปสรรคของนักลงทุน และคดีบางกรณีเกี่ยวข้องกับคดีอาญา จึงมีมติให้ปลัดกระทรวงการคลังและผู้ที่เกี่ยวข้องไปสะสางปัญหาที่คั่งค้างอยู่ และให้นโยบายไปว่าจากนี้ไปขอให้หน่วยงานไปกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนโปร่งใส เวลาที่เกิดปัญหาข้อโต้แย้งที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ หรือข้อตกลง จะทำอย่างไรให้ความเห็นของหน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายเป็นหลักถือเป็นความเห็นที่เป็นทางการ จากนั้นก็ให้เป็นกระบวนการของการทักท้วง อุทธรณ์เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป ไม่ใช่ว่าแต่ละหน่วยงานให้ความเห็นแก่ผู้ปฏิบัติไม่ตรงกันจนนำไปสู่การฟ้องร้อง การลงโทษ หรือร้องเรียน ซึ่งยังมีกรณีเช่นนี้พอสมควร ซึ่งปัญหาเช่นนี้นักลงทุนและคนทำธุรกิจยังวิตกกังวลเพราะกระทบต่อการประกอบการโดยตรง ถ้าไม่สะสางก็จะมีปัญหาความเชื่อมั่นแม้จะพยายามทำภาพรวมของนโยบายเศรษฐกิจหรือแผนฟื้นฟูอย่างไรก็ตาม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการหารือและรับฟังการรวบรวมข้อมูลทางเศรษฐกิจ และมาตรการต่างๆ ก็ได้ให้นโยบายไปทำเพิ่มเติมในเรื่องของการส่งออกและการท่องเที่ยว โดยให้ทุกหน่วยงานไปเจาะประเด็นมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของทุกประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญ เพราะถือเป็นมาตรการใหม่และเงินใหม่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ถ้าเรารู้รายละเอียดก็จะสามารถกำหนดเป้าหมายของการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศได้ ผ่านการส่งออก การลงทุน หรือการท่องเที่ยว

เมื่อถามว่าเม็ดเงินใหม่และมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่จะมีการไปเจาะได้มองตลาดที่ไหนไว้บ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีเยอะ เพราะทุกๆประเทศก็มีมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน หรือยุโรป แต่ตนได้ขอให้หน่วยงานไปดูรายละเอียดเพื่อทราบว่าเขาต้องการมุ่งไปในประเด็นใดบ้าง หากเราจะไปแย่งในเชิงตลาดต้องทำอะไรบ้าง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าตนยังได้ขอให้มีการเร่งสรุปข้อมูลและมาตรการรองรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ ว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤติทางการเงินและปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างไร และที่กระทรวงการคลังรับไปดูนโยบายค้ำประกันสินเชื่อหรือการมีกลไกในการให้ความมั่นใจกับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อนั้น มีความก้าวหน้าไปมากน้อยแค่ไหน และได้ขอให้สรุปตัวเลขสถานการณ์แรงงาน เพื่อให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค. 51 จนถึงเดือน ม.ค. 52 รวมทั้งมาตรการที่ทางสำนักงานประกันสังคมมีความคิดและดำเนินการ เพื่อเตรียมรับมือและเชื่อมโยงกับมาตรการการฝึกอบรม การฝึกอาชีพและการว่างงาน นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงแผนการจัดหาเงินกู้เพื่อให้ปรับความเข้าใจว่าเป้าหมายและข้อจำกัดคืออะไร ทาง ธปท.ก็จะกลับมารายงานอีกที ซึ่งการทำงานของกระทรวงการคลังและธปท.ขณะนี้ก็ไม่มีปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นของนายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ชี้ว่าจีดีพีของไทยจะอยู่ในภาวะต่ำสุดคือติดลบ 4 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถือเป็นประมาณการของนายโอฬาร แต่เราดูจากตัวเลขของหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศก็ยังไม่เลวร้ายขนาดนั้น และเมื่อเทียบเคียงกับประเทศอื่นๆที่เป็นตัวเลขทางการก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในโลกอย่างที่พูด เมื่อถามว่ามีการประมาณการหรือไม่ว่าจีดีพีของประเทศจะขยายตัวได้เท่าไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เรายังตั้งเป้าหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยืนยันว่าจะพยายามทำให้อยู่ในแดนบวกให้ได้ แต่การส่งออกประมาณการของทาง ธปท.เห็นว่าจะติดลบตัวเลข 1 หลัก แต่กระทรวงพาณิชย์ยังตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ได้ 0-3%

เมื่อถามถึงนโยบายการส่งออกที่มีบางฝ่ายเสนอให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเฉลี่ยของบาทอ่อนค่าลง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราจะดูไม่ให้เกิดความเสียเปรียบจากอัตราแลกเปลี่ยน เราจะดูแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง โดยถ่วงน้ำหนักกับเงินตราของคู่ค้าทั้งหมดโดยใช้วิธีการยืดหยุ่น ทั้งนี้ก็มีการรายงานเข้ามาตลอดเวลา อย่างไรก็ตามยังไม่มีความชัดเจนว่ามีบางประเทศพยายามเข้ามาแทรกแซงค่าบาท สิ่งหนึ่งที่เราพยายามย้ำคือแม้จะมีคนคิดทำก็ไม่มีทางสำเร็จ แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแล

ผู้สื่อข่าวถามว่าภาคเอกชนบอกว่าค่าเงินบาทของไทยเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าแล้วอ่อนค่าในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราจะดูแลให้ใกล้เคียงกัน ทางธปท.มีการติดตามและรายงานเข้ามาอยู่แล้ว อย่าไปดูที่อัตราใดอัตราหนึ่ง ต้องดูอัตราเฉลี่ยกับคู่ค้าทั้งหมดและดูความเคลื่อนไหวของประเทศในภูมิภาค หรือประเทศที่เป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่แข่งขันกับเรา ถ้ามีความผิดปกติว่าของเราไม่อยู่ในกลุ่มก็เชื่อว่าจะมีการดำเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าตอนนี้แสดงว่าอยู่ในภาวะที่เหมาะสมใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยู่ในภาวะที่รับได้ แต่ตนก็ทราบว่าในใจของหลายๆ คนอยากให้ค่าบาทอ่อนกว่านี้ ซึ่งเราก็ดูแลไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางจากกลุ่มประเทศที่มีสถานะใกล้เคียงกัน คิดว่าขณะนี้แนวทางที่ ธปท.ทำอยู่เหมาะสมอยู่แล้ว

ต่อข้อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีทางแก้เศรษฐกิจได้ ต้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้นถึงจะแก้ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาก็ต้องพูดอย่างนั้น แต่ตนยืนยันว่าสิ่งที่เราทำอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและวิธีการที่เชื่อว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุด แต่ตนคงไม่มาหลอกประชาชนว่าปัญหาดังกล่าวแก้ง่าย เพราะทั่วโลกเองก็ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่หนักหนาสาหัส แต่ขอให้มั่นใจว่าเราทำทุกสิ่งที่ทำได้และไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง จะเดินหน้าทำนโยบายให้ดีที่สุด

ตะลุยข่าว : แกะรอยเสื้อทีมฟุตบอล ชิงทรัพย์...ปล้นสวาทจนมุม

ผมคิดเสมอว่า สักวันผมต้องโดนจับ ผมสงสารแต่ลูก ตอนนี้คงไม่มีใครหาเงินเลี้ยงครอบครัวอีกแล้ว นันทศักดิ์ ศรีคำม้วน หรือกว้าง วัย 25 ปี ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อและบังคับพนักงานสาวอมนกเขา รับสารภาพ หลังหลบหนีคดีอยู่นานถึง 2 ปี แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ถูกตำรวจจับกุมจนได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล