อ้างเป็นร่างทรงย่าโม! ตุ๋นอดีตข้าราชการครูสูญ6ล้าน
Thailand Web Stat

อ้างเป็นร่างทรงย่าโม! ตุ๋นอดีตข้าราชการครูสูญ6ล้าน

อ้างเป็นร่างทรงย่าโม! ตุ๋นอดีตข้าราชการครูสูญ6ล้าน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อดีตข้าราชการครูโรงเรียนชื่อดังโคราช ถูกสองผัวเมียคนข้างบ้านอ้างเป็นร่างทรงย่าโม หลอกว่าชะตาขาดให้สร้างเศวตฉัตรและตุงถวาย เหยื่อหลงเชื่อทำตามจนเกิดความศรัทธาไม่ลืมหูลืมตา จนญาติพี่น้องตัดขาด ถูกหลอกให้โอนทรัพย์สินและเงินฝากไปเกลี้ยงกว่า 6 ล้านบาท รู้ตัวแจ้งจับแต่สองผัวเมียปฏิเสธ ขอให้การชั้นศาล

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 1 เมษายน 52 น.ส.เบญญาภา แผ่วสูงเนิน อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 34 / 1 ซ.ชื่นฤดี ชุมชนราชนิกูล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ข้าราชการบำนาญ อดีตอาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนวัดสระแก้ว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ถูกสองสามีภรรยา อ้างตัวเป็นร่างทรงของท่านท้าวสุรนารี หรือย่าโมวีรสตรีที่ชาวโคราชให้ความเคารพนับถือ มาทักท้วงให้ต่อชะตาชีวิตด้วยการทำบุญใหญ่สร้างเศวตฉัตรและตุงถวาย

ก่อนที่จะอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจหลอกเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทุกอย่าง ทั้งบ้านที่ดิน และเงินในบัญชีธนาคารรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท เชิดเอาเป็นทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด

น.ส.เบญญาภา กล่าวว่า ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ พ.ต.ท.ถาวร เหล่าโพธิ์ ตำรวจสภ.เมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยตำรวจได้ออกหมายเรียกแต่ไม่มา จึงนำหมายจับเข้าค้นตำหนักทรงเจ้า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา แต่ไม่มีใครอยู่และสืบทราบว่าได้สร้างตำหนักแห่งใหม่ขึ้นที่ ต.สุรนารี อ.เมือง อีกแห่งหนึ่ง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบแต่ก็ไม่พบตัวเช่นกัน

กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 31 มี.ค.52 ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้เข้ามอบตัวพร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ก่อนที่จะใช้ตำแหน่งข้าราชการของญาติ และหลักทรัพย์จำนวน 4 แสนบาทมาประกันตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ประกันตัวไป

น.ส.เบญญาภา เล่าว่า ทั้งสองคนเปิดตำหนักร่างทรงย่าโมอยู่ใกล้บ้าน เมื่อปลายปี 2549 มารดานำเงินขายที่ 4 ล้านบาทมาแบ่งให้ คาดว่าทั้งสองคนคงทราบเรื่องจึงเข้ามาตีสนิท ทักว่าจะสิ้นอายุขัย ด้วยความที่เป็นโรคภูมิแพ้สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ จึงเชื่อ เมื่อบอกว่าให้ทำบุญใหญ่สะเดาะเคราะห์ด้วยการสร้างเศวตฉัตรและตุงถวายย่าโม ก็รีบทำตามและคิดไปเองว่าอาการดีขึ้น

Advertisement

จากนั้นไปคลุกคลีกับครอบครัวคนทรงเจ้ามาเรื่อยๆ และทำบุญช่วยเหลือเป็นเงินนับ 2 แสนบาท คนในครอบครัวเตือนอย่างไรก็ไม่ฟัง จนตัดขาดออกจากกองมรดก สองสามีภรรยาก็ได้มาบอกว่ามีเคราะห์อีกแต่จะต่อชะตาให้ ซึ่งต้องนำเงินและทรัพย์สินทั้งหมดมาฝากให้ร่างทรงย่าโมเป็นคนดูแล เพื่อที่จะได้คอยนำเงินมาใช้จ่ายรักษายามที่ป่วยไข้ขึ้นอีก ก็หลงเชื่อและนำทรัพย์สินทั้งหมดทั้งเงินในธนาคาร จำนวนกว่า 1.5 ล้านบาท สลากออมสินพิเศษอีก 2 แสนบาทก็ทำการเปลี่ยนแปลงบัญชีให้นางศุมิตรา มีชื่ออยู่ในบัญชีและมีสิทธิ์ถอนเงินในบัญชีไปได้ และให้สมุดบัญชีไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีเงินกู้สหกรณ์ครูอีก จำนวน 250,000 บาท และเงินกู้จากที่ต่างๆอีกกว่า 5 แสนบาท รวมถึงตนเองยังได้ยอมยกโฉนดที่ดินและบ้านที่ตนเองอาศัยอยู่ปัจจุบันให้เป็นชื่อของร่างทรงทั้งหมด รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 6 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งเงินประกันต่างๆให้ทั้งหมด ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ

แต่เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมามีอาการป่วยกำเริบและต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลจำนวนกว่า 40,000 บาท จึงได้โทรศัพท์ไปบอกร่างทรงให้นำเงินมาจ่าย แต่ร่างทรงบอกว่าเงินในบัญชีหมดแล้ว หากต้องการเงินก็ให้ขายบ้านไปจ่าย จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก รีบเข้าแจ้งความดำเนินคดี

พ.ต.ท.ถาวร เจ้าของคดีกล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพร้อมทนายความได้มาติดต่อขอเข้ามอบตัว โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ขอให้ข้อมูลอะไรในชั้นพนักงานสอบสวน ขอให้การในชั้นศาล ก่อนที่จะนำตำแหน่งข้าราชการของญาติและหลักทรัพย์ จำนวน 4 แสนบาทมาประกันตัว ซึ่งได้อนุญาตไป และได้ส่งเรื่องให้ทางอัยการดำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอนแล้ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
kookkak

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบน
เว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่
นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้