นร.เหยื่อจำผิด ไม่ใช่ครู-ข่มขืน

นร.เหยื่อจำผิด ไม่ใช่ครู-ข่มขืน

นร.เหยื่อจำผิด ไม่ใช่ครู-ข่มขืน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คดีน.ร.แจ้งความครูข่มขืนโอละพ่อ นายกเทศมนตรีระยองเผยผู้ปกครองพาลูกสาววัย 12 ปี ที่เข้าแจ้งว่าถูกครูสอนศิลปะข่มขืนเข้าพบ ยอมรับว่าลูกสาวจำคนผิด พอเจอตัวจริงถึงเห็นว่าเพียงคล้ายๆ เท่านั้น อีกทั้งขณะเกิดเหตุไม่มีใครพบครูที่ถูกกล่าวหา และพยานที่เป็นลูกบุญธรรมยังบอกว่าครูอยู่บ้านทั้งวัน ตร.เผยถึงจะเปลี่ยนคำให้การแต่คดีต้องดำเนินต่อไป

จากกรณีนางทอง (นามสมมติ) อายุ 45 ปี พาด.ญ.แดง (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมราม เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองระยอง ว่า ถูกนายศุภกร ขวัญบุรี ครูคส.2 สอนวิชาศิลปะ โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ ฉุดขึ้นรถยนต์กระบะแค็บ สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน จากหน้าห้องสมุดเทศบาลนครระยอง แล้วพาตัวขึ้นรถไปยังป่าชายเลนริมชายหาดแสงจันทร์ แล้วใช้มีดจี้ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ โดยใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้ด้วย ต่อมาพ.ต.อ.มานะ อินพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองระยอง พาเด็กไปร่วมสอบสวนที่สำนักงานอัยการจังหวัดระยอง โดยเด็กชี้ชัดยืนยันว่า คนร้ายคือนายศุภกร ซึ่งต่อมานายศุภกรได้เข้ามอบตัว โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่สำนักงานเทศบาลนครระยอง นายศุภวิทย์ ศุภโชคชัย นายกเทศมนตรีนครระยอง เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีว่า หลังจากตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง เรื่องดังกล่าวจากพยาน ซึ่งเป็นครูที่อยู่ในโรงเรียนตอนเกิดเหตุ ตามคำกล่าวอ้างของเด็ก ปรากฏว่า ไม่มีครูคนใดพบกับนายศุภกรในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงเด็กนักเรียนที่กำลังทำกิจกรรมอยู่ก็ไม่เห็นนายศุภกร เห็นแต่รถปิกอัพสีบรอนซ์ทองเข้ามาจอด และมีชายลงมาจากรถ แล้วก็เข้าไปในโรงเรียน ตามที่ผู้เสียหายอ้าง และไม่มีใครสนใจว่าออกไปตอนไหน นอกจากนี้ยังมีพยาน ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมยืนยันว่านายศุภกร อยู่บ้านทั้งวัน

นายศุภ วิทย์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นางทองพร้อมบุตรสาวได้เข้าพบตน พร้อมยอมรับว่า บุตรสาวจำคนผิด ซึ่งเมื่อเจอตัวจริงของนายศุภกรแล้วก็เพียงแค่คล้ายๆ เท่านั้น ซึ่งทางพ่อแม่เด็กเองก็ไม่สบายใจ เพราะกลัวนายศุภกรจะเดือดร้อน และตนเองก็ได้เรียกคณะกรรมการเข้ามาสรุปเรื่อง ก็พบว่านาศุภกรไม่ใช่คนร้าย แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็จะได้สืบสวนครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนในเขตเทศบาล ทั้งหมด ว่ามีบุคคลลักษณะดังกล่าวหรือไม่ เพื่อจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะถือเป็นภัยต่อสังคม และยังได้จัดเวรยามให้เจ้าหน้าที่เทศกิจของเทศบาลนครระยองเข้าไปตรวจสอบตาม จุดล่อแหลมต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีก ซึ่งจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกในภายหลัง

พ.ต.อ.มานะ อินพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองระยอง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ยังไม่ได้รับการประสานมา ถ้าพ่อแม่ของเด็กพาเด็กไปยืนยันว่าไม่ใช่ก็ต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนเรื่องของคดีนั้นก็ต้องทำตามที่เด็กกล่าวยืนยันในตอนแจ้งความครั้งแรก และเด็กก็ยังชี้ตัวยืนยันด้วย ซึ่งคงต้องดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ส่วนจะใช่หรือไม่ก็ต้องไปว่ากันในชั้นศาลต่อไป

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล