กทม.เลือกเขื่อนซีออสแทนทีกรอยน์ ของบ300ล.เร่งสร้าง-แก้น้ำกัดเซาะฝั่งบางขุนเทียน

กทม.เลือกเขื่อนซีออสแทนทีกรอยน์ ของบ300ล.เร่งสร้าง-แก้น้ำกัดเซาะฝั่งบางขุนเทียน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
นายประกอบ จิรกิติ รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวถึงความคืบหน้าการศึกษาเทคโนโลยีเพื่อใช้ในโครงการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนว่า คณะผู้บริหารเห็นชอบในวิธีการแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งด้วยการสร้างเขื่อนตาห่าง โดยนำขี้เถ้าผสมกับพลาสติกอัดให้เป็นแท่งสามเหลี่ยม(ซีออส) ซึ่งเทคโนโลยีนี้สถาบันนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำวิจัยศึกษา พบว่าแท่งซีออสสามารถลดแรงปะทะของคลื่นทะเลได้ รวมถึงช่วยดักตะกอนดินให้เพิ่มมากขึ้น และมีอายุใช้งานประมาณ 10-15 ปี ที่สำคัญจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำด้วย

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางสำนักการระบายน้ำ (สนน.) เตรียมของบประมาณปี 53 จำนวน 300 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการแล้ว ส่วนรายละเอียดเบื้องต้นจะเป็นหลายเฟส โดยเฟสแรกจะใช้เสาซีออสปักลงน้ำ ความยาวตามแนวเขตของกทม. แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกปักห่างฝั่งประมาณ 50 เมตร ส่วนระยะที่ 2 และ 3 ปักเป็นระยะห่างเท่าๆ กัน ซึ่งจะสามารถเพิ่มเนื้อที่ดินได้ภายใน 1 ปี จากนั้นจะเข้าไปปลูกต้นโกงกางเพื่อยึดหน้าดินต่อไป ส่วนการทำทีกรอยน์คณะผู้บริหารเตรียมจะยกเลิก เนื่องจากใช้งบฯถึง 700 ล้านบาท และก่อนที่กทม.จะสร้างซีออส สนน.ขอ งบกลางปี 52 จำนวน 10 ล้านบาทมาสร้างเขื่อนไม้ไผ่แก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะในช่วงนี้ไปก่อน

นายประกอบ ยังกล่าวถึงผลการศึกษาแนวกันน้ำกัดเซาะฝั่งของประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วยว่า ทางตัวแทนเสนอลงพื้นที่เพื่อศึกษาระบบนิเวศและวิธีการป้องกัน ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกทม.ไม่สนับสนุนวิธีนี้ เพราะการสร้างเขื่อนปิดฝั่งทั้งหมดเพื่อลดการกัดเซาะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะทำลายระบบนิเวศวิทยา และอาชีพประมงของชาวบ้านในพื้นที่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล