หนุ่มหนีตายจากอิสราเอล ยอมรับกลับไทยชีวิตลำบากขึ้น ปกติส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละ 3 หมื่น

หนุ่มหนีตายจากอิสราเอล ยอมรับกลับไทยชีวิตลำบากขึ้น ปกติส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละ 3 หมื่น

หนุ่มหนีตายจากอิสราเอล ยอมรับกลับไทยชีวิตลำบากขึ้น ปกติส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละ 3 หมื่น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หนุ่มหนีตายจากอิสราเอล ยอมรับกลับไทยชีวิตลำบากขึ้น ปกติส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละ 3 หมื่น ยังหวังได้กลับไปทำงานเหมือนเดิม

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 ต.ค.2566 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับ นายถาวร อายุ 38 ปี ที่บ้านเปือย ม.3 ต.บ้านกง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล และเดินทางกลับประเทศไทยหลังเกิดภาวะสงครามในประเทศอิสราเอล 

นายถาวร กล่าวว่า ไปทำงานอยู่ที่เมือง OFAGIM (โอฟากิม) ซึ่งตั้งอยู่ภาคกลางตอนล่างของประเทศอิสราเอล ตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมาผ่านกระทรวงแรงงาน โดยทำงานภาคการเกษตร ซึ่งในการเดินทางไปทำงานนั้นได้ ใช้เงินเก็บที่มีอยู่และเงินที่ยืมจากญาติพี่น้องเป็นค่าประสานงานและค่าเดินทาง โดยได้รับเงินเดือนเฉลี่ยที่ 55,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก็ส่งเงินกลับมาที่บ้านเพื่อใช้หนี้และเป็นค่าใช้จ่ายของครอบครัวเดือนละประมาณ 30,000 บาท

จนกระทั่งวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมามีการสู้รบกันขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากจุดที่ผมอยู่เป็นพื้นที่กึ่งกลางการสู้รบทำให้ตัดสินใจขอกลับไทยและเข้าสู่ขั้นตอนตามที่กระทรวงการต่างประเทศกำหนดและเดินทางถึงไทยและกลับขอนแก่น เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว ซึ่งในการเดินทางกลับนั้น ในช่วงแรกไม่อยากกลับเพราะยังมีภาระหนี้สินคงค้างอยู่เกือบ 500,000 บาททั้งค่าผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งก่อนจะเกิดการสู้รบ ได้สั่งให้ครอบครัวรี้อรั้วออกเพื่อสร้างใหม่โดยหวังว่าจะส่งเงินเดือนของเดือนนี้มาเป็นค่าวัสดุและค่าจ้าง

นายถาวร กล่าวต่ออีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันกะทันหันจนตั้งตัวไม่ทันว่าจะทำอย่างไรต่อไป อาจจะหารับจ้างทั่วไปให้พอมีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างกลับเมืองไทย และถ้ามาโอกาสจะเดินทางกลับไปทำงานอีกแน่นอน เพราะภาระค่าใช้จ่ายยังมีอีก สิ่งที่คาดหวังตอนนี้คืออยากให้เหตุการณ์สู้รบสงบโดยเร็ว เพราะจะได้เดินทางไปทำงานอีก ซึ่งอยากให้ทางราชการช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับไปทำงานและให้มีรายได้เหมือนหรือเท่ากับที่เคยได้รับก่อนการสู้รบกัน    

ขณะที่ นายอนันท์ อายุ 65 ปี บิดานายถาวร กล่าวว่า เมื่อลูกได้มีโอกาสเดินทางไปทำงานต่างประเทศก็มีรายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัวก็รู้สึกดีใจ เมื่อตนแก่ชราลง ลูกเลยขอให้เลิกอาชีพบอกจะหาเลี้ยงเอง แต่ไปได้พียง 7 เดือน ก็ต้องเดินทางกลับมาเพราะเหตุความไม่สงบ ซึ่งครอบครัวทุกคนอยากให้กลับไทยเพราะกังวลเกรงได้รับอันตราย จากนี้ไปคงต้องช่วยกันหางานรับจ้างเพื่อให้มีรายได้เท่าที่ทำได้        

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook