อ่วม! คุก 102 ปี “เบียร์ บ้านแพ้ว” แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตึกประตูดำ อ้างเป็น ตร.เชียงราย

อ่วม! คุก 102 ปี “เบียร์ บ้านแพ้ว” แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตึกประตูดำ อ้างเป็น ตร.เชียงราย

อ่วม! คุก 102 ปี “เบียร์ บ้านแพ้ว” แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตึกประตูดำ อ้างเป็น ตร.เชียงราย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ศาลสั่งจำคุก 102 ปี “เบียร์ บ้านแพ้ว” แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตึกประตูดำ อ้าง เป็นตร.สภ.เมืองเชียงราย เหยื่อหลายรายหลงเชื่อโอนเงินให้ รับโทษจริง 50 ปี ตามกฎหมาย ให้คืนเงินเหยือ 41 ล้าน

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมาศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หมายเลขดำ อ155/2566 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายชลวิชา ปานสมุทร หรือเบียร์ บ้านแพ้ว ที่หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินในขั้นตอนสุดท้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ตึกประตูดำ” เป็นจำเลย ในความผิดฐาน 

ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯ ,ร่วมกันฟอกเงิน เป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ส่วนความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ

กรณีที่จำเลยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ “สภ.เมืองเชียงราย” หลอกลวงเหยื่อว่ามี พัสดุตกค้าง และพบสิ่งผิดกฎหมาย โดยมีผู้เสียหายถูกนำชื่อเป็นผู้ส่งพัสดุและ อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฟอกเงิน จึงต้องโอนเงินมาตรวจสอบ โดยมีนายชาญชัย อิงคเวช ผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจเล่นหุ้น สูญเสียเงินไป 41 ล้านบาท รวมถึงแพทย์รายหนึ่งที่ จ.ชุมพร เสียหาย 101 ล้านบาท และข้าราชการเกษียน 11 ล้านบาท

จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจรและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 8 ปี

ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและฐานนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็น คนอื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 21 กระทง เป็นจำคุก 84 ปี ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินจำคุก10 ปี รวมจำคุกจำเลย 102 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติจำคุก4 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงเป็นคนอื่นคงจำคุก 42 ปี และฐานร่วมกันฟอกเงินจำคุกอีก 5 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 51 ปี อย่างไรก็ตามเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) คงจำคุกจำเลยรวม 50 ปีและให้จำเลยคืนเงิน 41,517,869 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook