ชุดชั้นในซักเครื่องได้ไหม? หรือควรซักด้วยมือเท่านั้น วิธีซักที่ถูกต้องหลายคนยังเข้าใจผิด

ชุดชั้นในซักเครื่องได้ไหม? หรือควรซักด้วยมือเท่านั้น วิธีซักที่ถูกต้องหลายคนยังเข้าใจผิด

ชุดชั้นในซักเครื่องได้ไหม? หรือควรซักด้วยมือเท่านั้น วิธีซักที่ถูกต้องหลายคนยังเข้าใจผิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ซักชุดชั้นในด้วยมือสะอาดกว่าเครื่องจริงหรือ? หลายคนอาจเข้าใจผิดมาตลอด

หลายคนเชื่อว่าชุดชั้นในควรซักด้วยมือเท่านั้น เพราะเป็นเสื้อผ้าที่สัมผัสกับผิวหนังและจุดซ่อนเร้นโดยตรง อีกทั้งการขยี้ด้วยมือยังทำให้รู้สึกว่าสามารถเน้นทำความสะอาดบริเวณที่เปื้อนได้ละเอียดกว่าเครื่องซักผ้า

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการซักด้วยมือสะอาดกว่าการซักเครื่องโดยอัตโนมัติ เพราะประสิทธิภาพในการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ น้ำยาซักผ้า แรงขยี้หรือแรงหมุน ระยะเวลาซัก อุณหภูมิน้ำ การล้างน้ำ และการทำให้ผ้าแห้งสนิท

งานทบทวนเรื่อง Laundry Hygiene and Odor Control: State of the Science ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Applied and Environmental Microbiology อธิบายว่า การควบคุมจุลินทรีย์ในการซักผ้าเกิดจากองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งกระบวนการเชิงกล เช่น การหมุนและการขยี้ กระบวนการทางเคมีจากน้ำยาซักผ้า และปัจจัยทางกายภาพอย่างอุณหภูมิและการทำให้แห้ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าซักด้วยมือหรือเครื่องเพียงอย่างเดียว

ซักมือกับซักเครื่อง แบบไหนสะอาดกว่ากัน?

หากซักอย่างถูกวิธี เครื่องซักผ้าสามารถทำความสะอาดชุดชั้นในได้อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ เพราะมีการหมุนเวียนของน้ำและน้ำยาซักผ้าผ่านเนื้อผ้า รวมถึงมีขั้นตอนล้างน้ำที่ช่วยพาคราบเหงื่อ ไขมันจากผิวหนัง และสิ่งสกปรกออกไป

แนวทางของ NHS England ระบุว่า ทุกองค์ประกอบของกระบวนการซักมีส่วนช่วยลดจุลินทรีย์บนเนื้อผ้า น้ำยาซักผ้าและแรงหมุนช่วยทำให้คราบหลุดออก ก่อนที่น้ำในขั้นตอนล้างจะพาสิ่งสกปรกออกไป ขณะที่อุณหภูมิน้ำก็มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซักด้วย

ข้อมูลดังกล่าวเป็นแนวทางสำหรับเครื่องแบบบุคลากรทางการแพทย์ จึงไม่ควรนำตัวเลขอุณหภูมิมาใช้กับชุดชั้นในทุกชนิดโดยตรง แต่ช่วยยืนยันว่าความสะอาดเกิดจากกระบวนการซักทั้งหมด ไม่ใช่เพียงการใช้มือขยี้ผ้า

ในทางกลับกัน การซักมืออาจทำความสะอาดได้ไม่เต็มที่ หากใช้น้ำน้อย ขยี้เพียงบางจุด แช่ผ้าหลายชิ้นรวมกันในน้ำเดิม หรือล้างน้ำยาออกไม่หมด การใช้กะละมังที่ไม่สะอาดหรือใช้มือที่ยังไม่ได้ล้างจับผ้าก็อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนกลับได้เช่นกัน

ดังนั้น คำตอบจึงไม่ใช่ว่า “ซักมือสะอาดกว่า” หรือ “ซักเครื่องสะอาดกว่า” เสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ซักใช้วิธีที่เหมาะสมกับเนื้อผ้าและทำให้ผ้าแห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้หรือไม่

ทำไมหลายคนจึงแนะนำให้ซักชุดชั้นในด้วยมือ?

เหตุผลสำคัญที่ชุดชั้นในบางชนิดควรซักด้วยมือ ไม่ใช่เพราะมือสามารถฆ่าเชื้อได้ดีกว่าเครื่อง แต่เพราะช่วยถนอมรูปทรงและเนื้อผ้า โดยเฉพาะเสื้อชั้นในที่มีโครง ฟองน้ำ ลูกไม้ ตะขอ หรือยางยืดเนื้อละเอียด

แรงหมุนและแรงกระแทกภายในเครื่องซักผ้าอาจทำให้โครงบิด ฟองน้ำยุบ ตะขอเกี่ยวกับเสื้อผ้าชิ้นอื่น หรือยางยืดเสื่อมเร็วขึ้น การซักด้วยมืออย่างเบามือจึงเหมาะกับเสื้อชั้นในบอบบางมากกว่า

กล่าวง่าย ๆ คือ การซักมือเด่นเรื่องการถนอมผ้า ส่วนการซักเครื่องเด่นเรื่องความสม่ำเสมอและความสะดวก ไม่ได้หมายความว่าการซักมือจะสะอาดกว่าทุกกรณี

กางเกงในสามารถซักเครื่องได้หรือไม่?

กางเกงในผ้าฝ้ายและผ้าทั่วไปสามารถซักด้วยเครื่องได้ โดยควรอ่านฉลากดูแลผลิตภัณฑ์ก่อน หากเป็นผ้ายืดหรือผ้าบอบบาง ควรใส่ถุงซักผ้าตาข่ายเพื่อลดแรงเสียดสีและป้องกันการยืดเสียรูป

ไม่ควรใส่เสื้อผ้าแน่นถังมากเกินไป เพราะจะทำให้น้ำและน้ำยาซักผ้าหมุนเวียนผ่านเนื้อผ้าได้ไม่ทั่วถึง แนวทางของ NHS England ระบุเช่นกันว่า การใส่ผ้าเกินความจุจะลดประสิทธิภาพของกระบวนการซัก

นอกจากนี้ ควรใช้น้ำยาซักผ้าในปริมาณตามฉลาก ไม่จำเป็นต้องเทน้ำยามากเป็นพิเศษ เพราะการใช้มากเกินไปไม่ได้รับประกันว่าผ้าจะสะอาดขึ้น แต่อาจทำให้ล้างออกยากและมีสารซักล้างตกค้างบนเนื้อผ้า

ต้องใช้น้ำร้อนซักชุดชั้นในหรือไม่?

ชุดชั้นในทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อนจัดทุกครั้ง เพราะความร้อนสูงอาจทำให้ยางยืดเสื่อม เนื้อผ้าหด ฟองน้ำเสียรูป หรือสีซีดได้ ควรใช้อุณหภูมิน้ำตามที่ฉลากผลิตภัณฑ์กำหนดเป็นหลัก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC แนะนำให้ซักเสื้อผ้าด้วยน้ำยาซักผ้า ใช้อุณหภูมิน้ำตามคำแนะนำที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ และทำให้ผ้าแห้งสนิท ไม่ได้กำหนดว่าการซักเสื้อผ้าทั่วไปภายในบ้านต้องใช้น้ำร้อนหรือสารฆ่าเชื้อทุกครั้ง

ส่วนแนวทางของ NHS England สำหรับเครื่องแบบบุคลากรทางการแพทย์ระบุว่า การซักด้วยน้ำยาที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสสามารถกำจัดจุลินทรีย์หลายชนิดได้ ขณะที่การซักที่ 60 องศาเซลเซียสนาน 10 นาทีช่วยกำจัดจุลินทรีย์ได้เกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ใช้กับเสื้อผ้าในบริบทด้านสาธารณสุข ไม่ได้หมายความว่าชุดชั้นในทุกตัวควรซักที่ 60 องศาเซลเซียส

ทำไมการตากให้แห้งสนิทจึงสำคัญ?

การซักเสร็จแล้วแต่ปล่อยให้ชุดชั้นในชื้นหรืออับเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดกลิ่นและเปิดโอกาสให้จุลินทรีย์บางชนิดเพิ่มจำนวนได้ CDC จึงระบุอย่างชัดเจนว่า หลังซักควรทำให้ผ้าแห้งสนิทก่อนนำไปเก็บหรือใช้งาน

งานวิจัยเรื่อง Quantifying Pathogen Infection Risks from Household Laundry Practices ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Applied Microbiology ยังชี้ว่า ความเสี่ยงจากเชื้อโรคในการซักผ้าที่บ้านขึ้นอยู่กับทั้งการเลือกน้ำยาซักผ้า อุณหภูมิน้ำ และวิธีทำให้ผ้าแห้ง

ดังนั้น ไม่ว่าจะซักมือหรือซักเครื่อง ควรตากในบริเวณที่อากาศถ่ายเท หรืออบจนแห้งสนิท ไม่ควรนำชุดชั้นในที่ยังชื้นกลับมาใส่หรือพับเก็บในตู้ทันที

เครื่องซักผ้าสกปรกทำให้ผ้าปนเปื้อนได้หรือไม่?

เครื่องซักผ้าที่มีความชื้น คราบน้ำยา เส้นใยผ้า และสิ่งสกปรกสะสมอาจเกิดคราบชีวภาพหรือไบโอฟิล์มบนพื้นผิวภายในเครื่องได้ งานทบทวนที่เผยแพร่ในวารสาร Antibiotics เมื่อปี 2024 ระบุว่า จุลินทรีย์สามารถเกาะบนส่วนต่าง ๆ ของเครื่องซักผ้าและมีส่วนทำให้เกิดกลิ่นอับได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าเครื่องซักผ้าทุกเครื่องเป็นแหล่งแพร่โรค การดูแลตามคู่มือผู้ผลิต เช็ดขอบยางและช่องใส่น้ำยา เปิดฝาให้ความชื้นระบายหลังใช้ และใช้โปรแกรมทำความสะอาดถังตามกำหนด จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของเครื่องและลดกลิ่นสะสมได้

ชุดชั้นในแบบไหนควรซักด้วยมือ?

  • เสื้อชั้นในที่มีโครงหรือฟองน้ำ
  • ชุดชั้นในที่ทำจากลูกไม้หรือผ้าเนื้อละเอียด
  • ชุดชั้นในที่มีตะขอ สายตกแต่ง หรือชิ้นส่วนเสียรูปง่าย
  • ผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุให้ซักด้วยมือเท่านั้น

ควรผสมน้ำยาซักผ้าให้เจือจางก่อนนำผ้าลงแช่ ขยี้เบา ๆ บริเวณที่เปื้อน และล้างด้วยน้ำสะอาดจนไม่มีฟองตกค้าง หลีกเลี่ยงการบิดแรง เพราะอาจทำให้ยางยืดและรูปทรงเสียหาย

ชุดชั้นในแบบไหนซักเครื่องได้?

  • กางเกงในผ้าฝ้ายทั่วไป
  • เสื้อกล้ามหรือชุดชั้นในที่ไม่มีโครง
  • ชุดชั้นในที่ฉลากระบุว่าสามารถซักเครื่องได้
  • ชุดชั้นในสำหรับออกกำลังกายที่เนื้อผ้ารองรับการซักเครื่อง

สำหรับเสื้อชั้นในควรเกี่ยวตะขอให้เรียบร้อยและใส่ถุงซักก่อน ส่วนชุดชั้นในทั่วไปควรแยกจากผ้าที่สกปรกมาก เช่น ผ้าเช็ดพื้น เสื้อผ้าเปื้อนโคลน หรือผ้าที่สัมผัสสิ่งปฏิกูลจำนวนมาก

กรณีเปื้อนเลือดหรือสารคัดหลั่ง ควรซักอย่างไร?

หากชุดชั้นในเปื้อนเลือดประจำเดือน ปัสสาวะ อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งมาก ควรจัดการคราบและซักโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยไว้ในถุงพลาสติกปิดสนิทจนเกิดความอับชื้น

สำหรับคราบเลือด ควรล้างคราบเบื้องต้นด้วยน้ำเย็นก่อนซัก เนื่องจากน้ำร้อนอาจทำให้คราบโปรตีนติดแน่นกับเส้นใยมากขึ้น จากนั้นจึงซักด้วยน้ำยาตามปกติและตามคำแนะนำบนฉลากผ้า

CDC แนะนำให้ล้างมือหลังจับเสื้อผ้าสกปรก ส่วนเสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระหรือสิ่งสกปรกจำนวนมากควรกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกอย่างระมัดระวัง ไม่สะบัดผ้า และพิจารณาซักแยกจากเสื้อผ้าทั่วไป

ผู้ที่มีโรคติดเชื้อ มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์ ควรปฏิบัติตามแนวทางของสถานพยาบาล เนื่องจากอาจจำเป็นต้องใช้อุณหภูมิหรือวิธีซักที่ต่างจากการซักชุดชั้นในทั่วไป

ซักชุดชั้นในรวมกับเสื้อผ้าอื่นได้ไหม?

CDC ระบุว่า โดยทั่วไปสามารถซักเสื้อผ้าสกปรกของผู้ป่วยร่วมกับเสื้อผ้าของสมาชิกคนอื่นได้ หากใช้กระบวนการซักที่เหมาะสม ดังนั้น ชุดชั้นในที่ไม่ได้เปื้อนสิ่งปฏิกูลจำนวนมากจึงสามารถซักรวมกับเสื้อผ้าประจำวันได้

อย่างไรก็ตาม ควรแยกตามสี ชนิดเนื้อผ้า และระดับความสกปรก ไม่ควรซักชุดชั้นในบอบบางรวมกับผ้าหนักที่มีซิป ตะขอ หรือพื้นผิวหยาบ เพราะอาจทำให้ผ้าเสียหาย

สำหรับชุดชั้นในทั่วไปของคนสุขภาพดี ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง CDC ระบุว่า การทำความสะอาดด้วยน้ำยาซักผ้าและทำให้แห้งอย่างเหมาะสมมักเพียงพอสำหรับการใช้งานภายในบ้าน ส่วนการฆ่าเชื้อเพิ่มเติมอาจพิจารณาเมื่อมีผู้ป่วยหรือบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงอยู่ในบ้าน

น้ำยาฆ่าเชื้อบางชนิดอาจระคายเคืองผิว ทำลายยางยืด หรือทำให้สีผ้าเปลี่ยนได้ จึงควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ ห้ามผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน และล้างผลิตภัณฑ์ออกจากเนื้อผ้าให้หมด

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ชุดชั้นในซักแล้วไม่สะอาด

  • ใส่ผ้าจนแน่นเครื่องซักผ้ามากเกินไป
  • ใช้น้ำยาซักผ้ามากจนล้างออกไม่หมด
  • แช่ชุดชั้นในหลายชิ้นในน้ำสกปรกเป็นเวลานาน
  • ใช้กะละมังหรืออ่างซักที่มีคราบสะสม
  • ปล่อยเสื้อผ้าเปียกค้างในเครื่องซักผ้านานเกินไป
  • ตากในบริเวณที่อับชื้นและอากาศไม่ถ่ายเท
  • พับเก็บหรือนำมาใส่ขณะที่ยังไม่แห้งสนิท
  • ไม่ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าตามคู่มือผู้ผลิต

สรุป ซักมือหรือซักเครื่อง แบบไหนดีกว่า?

การซักชุดชั้นในด้วยมือไม่ได้สะอาดกว่าการซักเครื่องโดยอัตโนมัติ หลักฐานด้านสุขอนามัยการซักผ้าระบุว่า ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับน้ำยาซักผ้า แรงขยี้หรือแรงหมุน อุณหภูมิ ระยะเวลาซัก การล้างน้ำ และการทำให้แห้งร่วมกัน

การซักมือเหมาะกับเสื้อชั้นในและผ้าที่บอบบาง เพราะช่วยรักษารูปทรงและลดความเสียหาย ส่วนกางเกงในผ้าทั่วไปสามารถซักเครื่องได้ โดยควรใช้ถุงซัก ไม่ใส่ผ้าแน่นถัง และปฏิบัติตามฉลากดูแลผลิตภัณฑ์

ท้ายที่สุด สิ่งสำคัญกว่าวิธีซักคือการเปลี่ยนชุดชั้นในทุกวัน ไม่ใส่ตัวเดิมซ้ำก่อนซัก ใช้น้ำยาซักผ้าอย่างเหมาะสม ล้างคราบน้ำยาออก และตากหรืออบจนแห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้

แหล่งอ้างอิง

  1. Centers for Disease Control and Prevention. When and How to Clean and Disinfect Your Home. อัปเดตวันที่ 31 มกราคม 2025
  2. NHS England. Uniforms and Workwear: Guidance for NHS Employers.
  3. Abney SE, Ijaz MK, McKinney J, Gerba CP. Laundry Hygiene and Odor Control: State of the Science. Applied and Environmental Microbiology. 2021;87(14):e03002-20.
  4. Reynolds KA, Verhougstraete MP, Mena KD, Sattar SA, Scott EA, Gerba CP. Quantifying Pathogen Infection Risks from Household Laundry Practices. Journal of Applied Microbiology. 2022;132(2):1435-1448.
  5. Bockmühl DP. Laundry Hygiene—How to Get More Than Clean. Journal of Applied Microbiology. 2017;122(5):1124-1133.
  6. Osta-Ustarroz P, et al. Microbial Colonization, Biofilm Formation, and Malodour of Washing Machine Surfaces and Fabrics and the Evolution of Detergents in Response to Consumer Demands and Environmental Concerns. Antibiotics. 2024;13(12):1227.
  7. American Cleaning Institute. Stain Removal Guide.

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล