ลืมอะไรไม่ลืม! สาวปวดท้อง 96 วันหลังผ่ามดลูก รู้ต้นเหตุช็อก! หมอลืมของสุดอันตรายไว้

หญิงบราซิลปวดท้องนาน 3 เดือน หลังผ่าตัดมดลูก ก่อนพบเครื่องมือแพทย์ยาว 18 ซม.ในช่องท้อง
หญิงชาวบราซิลวัย 33 ปี ต้องเผชิญภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหลังเข้ารับการผ่าตัดมดลูก เมื่อแพทย์ตรวจพบเครื่องมือผ่าตัดความยาวประมาณ 18 เซนติเมตรตกค้างอยู่ในช่องท้องนานถึง 96 วัน ส่งผลให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาต่อเนื่องรวม 4 ครั้ง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองบรากังซาเปาลิสตา รัฐเซาเปาลู ประเทศบราซิล ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อพิจารณาความรับผิด และตรวจสอบว่าเหตุการณ์เข้าข่ายการกระทำโดยประมาทหรือไม่

ผ่าตัดมดลูกต้นเดือนมกราคม ก่อนเริ่มมีอาการผิดปกติ
ผู้ป่วยคือ เอริกา คริสตินา บันไน ฟอน ฮูนโฮลทซ์ คุณแม่ลูก 3 ซึ่งเข้ารับการผ่าตัดมดลูกที่โรงพยาบาล Santa Casa de Misericórdia de Bragança Paulista เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 หลังเผชิญภาวะเลือดออกผิดปกติและเข้ารับการรักษาด้วยยามานานประมาณ 2 ปี แต่อาการไม่ดีขึ้น
เอกสารการรักษาระบุว่า การผ่าตัดเริ่มขึ้นเวลา 15.30 น. และสิ้นสุดในเวลา 17.00 น. โดยเป็นการผ่าตัดมดลูก รักษาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และนำท่อนำไข่ทั้งสองข้างออก
เอริกาได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในเช้าวันถัดมา แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 24 ชั่วโมง เธอมีอาการหมดสติที่บ้านจนต้องเรียกหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาช่วยเหลือ ต่อมาเธอยังคงมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียนเป็นระยะ โดยรู้สึกเหมือนมีสิ่งผิดปกติอยู่ภายในร่างกาย

เอกซเรย์พบเครื่องมือผ่าตัดยาว 18 เซนติเมตร
กระทั่งวันที่ 10 เมษายน หรือประมาณ 96 วันหลังการผ่าตัดครั้งแรก เอริกาเดินทางไปยังห้องฉุกเฉินด้วยอาการปวดท้องและอาเจียนอย่างรุนแรง การตรวจด้วยภาพถ่ายทางการแพทย์พบวัตถุโลหะลักษณะคล้ายกรรไกรอยู่บริเวณช่องท้องด้านขวา
รายงานจากสื่อบราซิลระบุว่า วัตถุดังกล่าวเป็น คีมผ่าตัดความยาวประมาณ 18 เซนติเมตร ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกรรไกร แพทย์จึงต้องผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อนำเครื่องมือออก พร้อมรักษาลำไส้เล็กส่วนที่ได้รับความเสียหาย
เอริกาเล่าว่า ในวันที่เข้ารับการรักษาฉุกเฉิน เธอมีอาการปวดอย่างหนักและไม่ตอบสนองต่อยา ก่อนจะทราบภายหลังว่าตนเองอยู่ในภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ต้องผ่าตัดและรักษาต่อเนื่องรวม 4 ครั้ง
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เอริกาต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษารวม 4 ครั้ง ได้แก่ การผ่าตัดมดลูกครั้งแรก การผ่าตัดนำเครื่องมือออกและรักษาลำไส้ การผ่าตัดแก้ไขไส้เลื่อนพร้อมระบายฝีบริเวณลำไส้ และการรักษาฝีที่ตับ
แม้ร่างกายจะเริ่มฟื้นตัว แต่เธอยอมรับว่ายังต้องรับมือกับผลกระทบทางจิตใจ และกังวลว่าอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติมหากเกิดภาวะแทรกซ้อนอีก
“ตอนนี้ฉันเพิ่งเริ่มตระหนักว่าเกือบเสียชีวิต แม้กำลังฟื้นตัว แต่ยังพยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น” เอริกากล่าว พร้อมระบุว่าความหวังในเวลานี้คือการฟื้นตัวโดยไม่ต้องกลับเข้าห้องผ่าตัดอีก

โรงพยาบาลรับผิดชอบค่ารักษาที่เกี่ยวข้อง
เอริการะบุว่า หลังพบเครื่องมือผ่าตัด โรงพยาบาลได้ให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เนื่องจากเธอไม่มีประกันสุขภาพแล้วและต้องสูญเสียโอกาสในการทำงาน ขณะที่ลูกทั้ง 3 คนได้รับการดูแลด้านสุขภาพจิตด้วย
เธอยังกล่าวหาศัลยแพทย์ผู้ทำการรักษาว่า เคยเสนอให้เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งหน้าท้องแบบเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดมดลูก อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นคำกล่าวของผู้ป่วย และแพทย์ที่ถูกพาดพิงยังไม่ได้ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ
ตำรวจสอบสวนคดีความประมาททางการแพทย์
เอริกาแจ้งความเมื่อวันที่ 13 เมษายน และเข้าให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติมในวันที่ 14 พฤษภาคม พร้อมส่งมอบเวชระเบียนเพื่อใช้ในการสอบสวน ปัจจุบันคดีอยู่ในการดูแลของสถานีตำรวจเขต 1 เมืองบรากังซาเปาลิสตา ภายใต้ข้อสงสัยเรื่องการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายโดยประมาท
นอกจากนี้ คดียังเข้าสู่กระบวนการของศาลคดีแพ่งและอาญาพิเศษในพื้นที่ ขณะที่การสอบสวนยังไม่สิ้นสุด จึงยังไม่ควรสรุปความรับผิดของบุคคลใดจนกว่าจะมีผลการสอบสวนหรือคำตัดสินอย่างเป็นทางการ
ด้านโรงพยาบาล Santa Casa de Misericórdia de Bragança Paulista ชี้แจงว่า ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้ป่วยรายบุคคลได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามหน้าที่รักษาความลับและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่พร้อมให้ความร่วมมือและชี้แจงต่อหน่วยงานที่มีอำนาจผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ
สรุปคดีหญิงบราซิลพบเครื่องมือผ่าตัดในช่องท้อง
กรณีของเอริกากลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลต่อมาตรฐานความปลอดภัยในการผ่าตัด หลังเครื่องมือแพทย์ขนาดประมาณ 18 เซนติเมตรตกค้างอยู่ในช่องท้องนานกว่า 3 เดือน และนำไปสู่การรักษาต่อเนื่องหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนทั้งทางแพ่งและทางอาญา ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรับผิดจึงต้องรอผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า หากหลังผ่าตัดมีอาการปวดรุนแรง อาเจียน เป็นไข้ แผลผิดปกติ หรืออาการทรุดลง ผู้ป่วยควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการด้วยตนเองเป็นเวลานาน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี