"ฟองน้ำล้างจาน" ต้องเปลี่ยนทุกวัน? นักวิจัยเฉลยแล้ว เมื่อไหร่ที่ควรทิ้งทันที! : เช็กข่าวชัวร์

นักวิจัยเฉลยแล้ว "ฟองน้ำล้างจาน" ต้องเปลี่ยนทุกวัน จริงหรือไม่? และสัญญาณแบบไหนที่ควรทิ้งทันที!
ฟองน้ำยังดูสะอาด ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย นักจุลชีววิทยาแนะไม่ควรใช้ซ้ำนาน เพราะอาจสะสมเชื้อโรค
ฟองน้ำล้างจานเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่แทบทุกบ้านต้องใช้ แต่โครงสร้างที่มีรูพรุนและชื้นอยู่เสมอ กลับทำให้มันกลายเป็นแหล่งสะสมของเศษอาหารและจุลินทรีย์จำนวนมากได้ง่าย หากใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน เชื้อที่อยู่ภายในฟองน้ำอาจถูกส่งต่อไปยังจาน ชาม โต๊ะครัว และพื้นผิวต่าง ๆ ที่เราคิดว่าสะอาดแล้ว
คำถามที่คนจำนวนมากถกเถียงกันมานานคือ ควรเปลี่ยนฟองน้ำล้างจานบ่อยแค่ไหน บางคนเปลี่ยนทุกสัปดาห์ ขณะที่บางบ้านใช้ต่อไปจนกว่าฟองน้ำจะขาด มีกลิ่น หรือเสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้งานได้
ดร.พริมโรส ฟรีสโตน รองศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาคลินิกแห่งมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ให้คำแนะนำว่า หากต้องการลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวด ฟองน้ำในครัวควรใช้งานเพียงวันเดียวแล้วเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากสามารถรับเชื้อจากอาหารดิบ เศษอาหาร และพื้นผิวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ทำไมฟองน้ำล้างจานจึงสะสมเชื้อโรคได้ง่าย?
ฟองน้ำมักอยู่ในสภาพเปียกชื้น มีเศษอาหารติดค้าง และถูกวางไว้ในห้องครัวที่มีอุณหภูมิค่อนข้างอุ่น สภาพแวดล้อมดังกล่าวเหมาะต่อการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย โดยจุลินทรีย์สามารถใช้เศษอาหารที่อยู่ภายในฟองน้ำเป็นแหล่งอาหารและเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ยิ่งใช้ฟองน้ำนานเท่าไร โอกาสที่ฟองน้ำจะรับเชื้อจากอาหารและสิ่งสกปรกก็ยิ่งมากขึ้น เมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนอยู่ภายในรูพรุนของฟองน้ำ การทำความสะอาดให้หมดจดก็ทำได้ยากกว่าพื้นผิวเรียบทั่วไป
ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงแค่เชื้อที่ซ่อนอยู่ภายใน เพราะทุกครั้งที่นำฟองน้ำไปเช็ดโต๊ะ ล้างภาชนะ หรือทำความสะอาดอ่างล้างจาน เชื้อเหล่านั้นอาจถูกถ่ายโอนไปยังพื้นผิวอื่นได้ หากมีเชื้อที่ทำให้อาหารเป็นพิษปนเปื้อนอยู่ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสมาชิกในครอบครัวได้
ฟองน้ำดูสะอาดและไม่มีกลิ่น ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
หลายคนใช้วิธีดมหรือสังเกตสีของฟองน้ำเพื่อตัดสินว่าควรทิ้งหรือยัง แต่การศึกษาจากสถาบันประเมินความเสี่ยงแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีพบว่า ลักษณะภายนอกและกลิ่นไม่ได้สัมพันธ์กับจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ภายในเสมอไป
นักวิจัยนำเชื้อจากฟองน้ำในครัวไปเพาะเลี้ยงและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่าภายในโครงสร้างของฟองน้ำสามารถมีแบคทีเรียหลายชนิด รวมถึงเชื้อที่เกี่ยวข้องกับโรคจากอาหาร เช่น เชื้อซัลโมเนลลา อีโคไล และสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส
ดังนั้น แม้ฟองน้ำจะยังไม่มีกลิ่นเหม็นหรือยังดูไม่สกปรก ก็ไม่ได้หมายความว่าภายในไม่มีเชื้อสะสม อย่างไรก็ตาม หากเริ่มมีกลิ่นผิดปกติ ควรทิ้งทันที เพราะกลิ่นมักเป็นสัญญาณว่าจุลินทรีย์เพิ่มจำนวนในระดับสูงแล้ว
ล้างหรือแช่น้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้หรือไม่?
โครงสร้างที่เป็นรูพรุนช่วยให้ฟองน้ำดูดซับน้ำและขจัดคราบได้ดี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้เชื้อหลบซ่อนอยู่ลึกและกำจัดออกได้ยาก แบคทีเรียบางชนิดยังสามารถสร้างชั้นเหนียวปกป้องตัวเอง ทำให้ทนต่อสภาพแวดล้อมและน้ำยาฆ่าเชื้อได้ดีขึ้น
งานวิจัยพบว่า เมื่อปล่อยให้เชื้อเติบโตในฟองน้ำเป็นเวลานาน ประสิทธิภาพของสารฆ่าเชื้อจะลดลงเรื่อย ๆ แม้จะนำฟองน้ำไปแช่น้ำยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ก็อาจไม่สามารถทำให้สะอาดอย่างสมบูรณ์ได้
เชื้อบางชนิดยังสามารถรอดชีวิตอยู่ในฟองน้ำที่แห้งสนิทได้นานหลายวัน จึงไม่ควรคิดว่าการบีบน้ำออกหรือตากให้แห้งเพียงอย่างเดียวจะช่วยกำจัดเชื้อทั้งหมด
ควรเปลี่ยนฟองน้ำทุกวันจริงหรือ?
คำแนะนำให้เปลี่ยนฟองน้ำทุกวันเป็นแนวทางที่เน้นลดความเสี่ยงสูงสุด โดยเฉพาะในครัวที่มีการเตรียมเนื้อดิบ สัตว์ปีก อาหารทะเล หรือทำอาหารให้เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ในทางปฏิบัติ ความถี่ในการเปลี่ยนอาจขึ้นอยู่กับวิธีใช้งานและระดับความเสี่ยงของแต่ละบ้าน แต่ไม่ควรใช้ฟองน้ำต่อไปจนขาดหรือมีกลิ่นรุนแรง หากฟองน้ำสัมผัสน้ำจากเนื้อดิบ มีคราบอาหารติดแน่น เป็นเมือก เปลี่ยนสี หรือเริ่มเสื่อมสภาพ ควรทิ้งและเปลี่ยนใหม่ทันที
นอกจากนี้ ควรแยกอุปกรณ์สำหรับล้างภาชนะออกจากฟองน้ำที่ใช้เช็ดอ่างล้างจาน พื้น หรือบริเวณที่สัมผัสอาหารดิบ เพื่อลดการปนเปื้อนข้ามไปยังจานและอุปกรณ์รับประทานอาหาร
วิธีลดการสะสมของเชื้อในฟองน้ำ
หลังใช้งานควรล้างเศษอาหารออกให้หมด บีบน้ำออก และวางไว้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท ไม่ควรปล่อยให้ฟองน้ำแช่อยู่ในน้ำสกปรกหรือกองรวมกับเศษอาหารในอ่างล้างจาน
หลีกเลี่ยงการใช้ฟองน้ำเดียวเช็ดน้ำจากเนื้อสัตว์ดิบ แล้วนำไปล้างแก้วหรือภาชนะที่พร้อมใช้งาน เพราะอาจทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วครัวได้ ควรใช้กระดาษสำหรับงานครัวหรือผ้าที่นำไปซักด้วยความร้อนได้ในการจัดการคราบจากอาหารดิบ
ผู้ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนฟองน้ำบ่อย อาจเลือกใช้แปรงล้างจานที่ล้างและทำให้แห้งได้ง่ายกว่า หรือใช้ผ้าทำความสะอาดหลายผืนสลับกัน โดยซักและตากให้แห้งหลังใช้งานทุกครั้ง
สรุปได้ว่า ฟองน้ำล้างจานสามารถสะสมแบคทีเรียได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีทั้งความชื้น เศษอาหาร และรูพรุนที่ทำความสะอาดได้ยาก ผู้เชี่ยวชาญบางรายจึงแนะนำให้เปลี่ยนทุกวันเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะครัวที่ต้องรับมือกับอาหารดิบหรือมีสมาชิกในบ้านที่เสี่ยงต่ออาการรุนแรงจากอาหารเป็นพิษ
สิ่งสำคัญคือไม่ควรรอจนฟองน้ำมีกลิ่น ขาด หรือดูสกปรกอย่างเห็นได้ชัดจึงค่อยทิ้ง เพราะเชื้ออาจสะสมอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว การแยกอุปกรณ์ตามประเภทงาน ทำให้แห้งหลังใช้ และเปลี่ยนใหม่เป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อภายในครัวได้มากกว่า
- ทำไมควรใส่ "ฟองน้ำ" ในช่องแช่ผักตู้เย็น? ประโยชน์สุดล้ำที่หลายคนไม่เคยรู้
- ทำไม? ตรงกลางกรรไกรต้องมี "ช่องเว้าและรอยหยัก" ฟังก์ชันลับที่หลายคนไม่เคยใช้
- ฟองน้ำล้างจานใช้เกิน 1 สัปดาห์ เสี่ยงสะสมเชื้อโรคจริงไหม?

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
