การวาง "น้ำส้มสายชู" ในห้องก่อนเข้านอน ช่วยเรื่องอะไร? ตื่นมารู้สึกแตกต่างจริงหรือ?

การวาง "น้ำส้มสายชู" ในห้องก่อนเข้านอน ช่วยเรื่องอะไร? ตื่นมารู้สึกแตกต่างจริงหรือ?

การวาง "น้ำส้มสายชู" ในห้องก่อนเข้านอน ช่วยเรื่องอะไร? ตื่นมารู้สึกแตกต่างจริงหรือ?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การวาง "ถ้วยน้ำส้มสายชู" ในห้องนอน ช่วยลดกลิ่นอับได้จริงหรือ?

น้ำส้มสายชูเป็นวัตถุดิบประจำครัวที่หลายบ้านคุ้นเคย แต่ช่วงหลังมีคนนำมาใช้ในอีกวิธีที่น่าสนใจ นั่นคือการเทน้ำส้มสายชูขาวใส่ถ้วย แล้ววางไว้ในห้องก่อนเข้านอน เพื่อช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ตกค้างอยู่ในอากาศ

กลิ่นอาหาร ควัน กลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือกลิ่นอับในห้องปิด อาจสร้างความรำคาญและทำให้นอนหลับไม่สบาย แทนที่จะฉีดสเปรย์ปรับอากาศเพื่อใช้กลิ่นที่แรงกว่ากลบกลิ่นเดิม บางครอบครัวจึงเลือกวางถ้วยน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วนำออกจากห้องในตอนเช้า

ทำไมถ้วยน้ำส้มสายชูจึงอาจช่วยลดกลิ่นได้?

น้ำส้มสายชูมีกรดอะซิติกเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้น้ำส้มสายชูมีรสเปรี้ยวและมีกลิ่นเฉพาะตัว เมื่อวางถ้วยน้ำส้มสายชูไว้ในห้อง กรดอะซิติกบางส่วนสามารถระเหยออกสู่อากาศ และอาจทำปฏิกิริยากับสารก่อกลิ่นบางชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง

กลิ่นจากควัน คราบไขมัน อาหาร หรือสัตว์เลี้ยงบางประเภท อาจลดความรุนแรงลงได้เมื่อสัมผัสกับกรดอ่อน อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่ได้หมายความว่าน้ำส้มสายชูจะดูดกลิ่นทุกชนิดออกจากห้องทั้งหมด แต่เป็นการช่วยบรรเทากลิ่นบางส่วน มากกว่าการใช้กลิ่นหอมชนิดอื่นเข้ามากลบ

ข้อมูลจากหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรของมหาวิทยาลัยอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา ระบุว่า น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาสามารถนำมาใช้ในงานทำความสะอาดและลดกลิ่นบางประเภทภายในบ้านได้ เนื่องจากน้ำส้มสายชูเป็นกรดอ่อนและสามารถทำปฏิกิริยากับสารที่มีความเป็นด่าง

หลังวางทิ้งไว้ตลอดคืน ภายในห้องอาจยังมีกลิ่นเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูหลงเหลืออยู่บ้าง แต่กลิ่นดังกล่าวมักค่อย ๆ จางลงหลังนำถ้วยออกและเปิดให้อากาศถ่ายเท

น้ำส้มสายชูไม่ได้กำจัดกลิ่นได้ทุกประเภท

การวางถ้วยน้ำส้มสายชูเป็นวิธีที่ประหยัดและทดลองได้ง่าย สำหรับกลิ่นจากการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นควันอ่อน ๆ หรือกลิ่นสัตว์เลี้ยง แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามต้นตอของกลิ่น ขนาดห้อง ปริมาณน้ำส้มสายชู และการระบายอากาศ

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า น้ำส้มสายชูไม่ได้ฟอกอากาศให้สะอาดหมดจด และไม่สามารถแก้ปัญหาต้นเหตุของกลิ่นได้ หากยังมีเศษอาหาร คราบสกปรก ถังขยะ หรือวัสดุที่ส่งกลิ่นอยู่ภายในห้อง กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็สามารถกลับมาได้อีก

วิธีนี้ยังไม่เหมาะกับปัญหารุนแรง เช่น เชื้อราที่กระจายเป็นบริเวณกว้าง กลิ่นจากน้ำเสีย หรือความเสียหายจากความชื้น การวางน้ำส้มสายชูไว้เพียงถ้วยเดียวไม่สามารถกำจัดเชื้อรา ซ่อมแซมพื้นผิว หรือแก้ไขปัญหาความชื้นได้ จำเป็นต้องทำความสะอาดและจัดการต้นเหตุอย่างถูกวิธี

น้ำส้มสายชูเจือจางใช้ลดกลิ่นบนพื้นผิวได้บางชนิด

นอกจากการวางถ้วยน้ำส้มสายชูไว้ในห้องแล้ว บางคนนำน้ำส้มสายชูกลั่น 1 ส่วน ผสมกับน้ำ 4 ส่วน แล้วใช้ปริมาณเล็กน้อยกับพื้นผิวที่มักสะสมกลิ่น เช่น ผ้าม่านหรือพรม แต่ควรทดลองกับบริเวณเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นก่อนทุกครั้ง

เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีความเป็นกรด จึงไม่เหมาะกับวัสดุทุกประเภท โดยเฉพาะหินอ่อน หินแกรนิต หินธรรมชาติ และไม้ที่ยังไม่ได้เคลือบผิว เพราะกรดอาจกัดพื้นผิว ทำให้เกิดรอยด้าน หรือสร้างความเสียหายต่อชั้นเคลือบได้

ผู้ใช้งานจึงไม่ควรฉีดน้ำส้มสายชูลงบนเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นผิวต่าง ๆ โดยไม่ตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิต และไม่ควรผสมน้ำส้มสายชูกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่นโดยพลการ โดยเฉพาะน้ำยาที่มีสารฟอกขาว

ใช้แทนสเปรย์ปรับอากาศได้หรือไม่?

การใช้น้ำส้มสายชูอาจช่วยลดการพึ่งพาสเปรย์แต่งกลิ่นภายในบ้านได้ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการให้ภายในห้องมีกลิ่นน้ำหอมแรง อย่างไรก็ตาม น้ำส้มสายชูไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อหรือเครื่องฟอกอากาศ และไม่ควรถูกใช้แทนการทำความสะอาดตามปกติ

ทางเลือกที่ได้ผลในระยะยาวมากกว่า คือการนำขยะออกจากห้อง ซักผ้าที่สะสมกลิ่น ทำความสะอาดคราบไขมัน ดูแลพื้นที่ของสัตว์เลี้ยง และเปิดหน้าต่างให้อากาศหมุนเวียน เมื่อกำจัดต้นเหตุแล้ว การวางน้ำส้มสายชูจึงค่อยทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเสริมสำหรับกลิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่

วิธีวางถ้วยน้ำส้มสายชูในห้องอย่างเหมาะสม

  • ใช้น้ำส้มสายชูขาวหรือน้ำส้มสายชูกลั่นในปริมาณพอเหมาะ
  • วางในจุดที่มั่นคง ไม่เสี่ยงหกเลอะพื้นหรือเฟอร์นิเจอร์
  • เก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • นำถ้วยออกในตอนเช้าและเปิดห้องให้อากาศถ่ายเท
  • ไม่ควรนำกลับมาใช้ประกอบอาหารหลังวางไว้ในห้องแล้ว
  • หากมีกลิ่นรุนแรงหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง ควรค้นหาและกำจัดต้นเหตุโดยตรง

สรุปแล้ว การวางถ้วยน้ำส้มสายชูก่อนนอนช่วยได้จริงหรือไม่?

การวางถ้วยน้ำส้มสายชูไว้ในห้องก่อนนอนอาจช่วยบรรเทากลิ่นไม่พึงประสงค์บางชนิดได้ โดยเฉพาะกลิ่นจากอาหาร ควันอ่อน ๆ หรือสัตว์เลี้ยง แต่ประสิทธิภาพไม่ได้เท่ากันในทุกสถานการณ์ และไม่สามารถใช้แก้ปัญหากลิ่นรุนแรงหรือเชื้อราแทนการทำความสะอาดได้

วิธีนี้จึงควรถูกมองว่าเป็นเคล็ดลับเสริมที่ทำได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ ส่วนวิธีลดกลิ่นที่ได้ผลที่สุดยังคงเป็นการทำความสะอาดต้นตอของกลิ่น รักษาความแห้ง และเปิดให้อากาศถ่ายเทอย่างสม่ำเสมอ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Times of India
  2. University of Arkansas System Division of Agriculture
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล