ศาลสั่งจำคุก "อดีตพระอลงกต–หมอบี" รวมกว่า 1,000 ปี พร้อมสั่งคืนเงิน 300 ล้านบาท
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1981/9908551/mother(11).jpgศาลสั่งจำคุก "อดีตพระอลงกต–หมอบี" รวมกว่า 1,000 ปี พร้อมสั่งคืนเงิน 300 ล้านบาท

ศาลสั่งจำคุก "อดีตพระอลงกต–หมอบี" รวมกว่า 1,000 ปี พร้อมสั่งคืนเงิน 300 ล้านบาท

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

คดีวัดพระบาทน้ำพุ ศาลสั่งจำคุกอดีตพระอลงกต 742 ปี – หมอบี 386 ปี สั่งคืนเงินกว่า 300 ล้านบาท

คดีเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ เมื่อมีรายงานว่าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาจำคุก อดีตพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” คนละ 50 ปี พร้อมสั่งให้ร่วมกันคืนเงินมากกว่า 300 ล้านบาท แม้โทษที่นับตามกระทงความผิดจะรวมกันสูงกว่าพันปี แต่กฎหมายกำหนดเพดานโทษจำคุกสำหรับความผิดหลายกรรมไว้ คำพิพากษาครั้งนี้ยังเป็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งคู่ความสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมายได้

รายงานคำพิพากษา โทษตามกระทงหลายร้อยปี

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ศาลพิพากษาจำคุกอดีตพระอลงกตรวม 742 ปี ส่วนหมอบีมีโทษจำคุกรวม 386 ปี และ 1,840 เดือน รายงานระบุด้วยว่า ศาลพิจารณาคำให้การของจำเลยว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี เมื่อใช้หลักเกณฑ์การรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ศาลกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 50 ปี

นอกจากโทษจำคุก ศาลยังสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินมากกว่า 300 ล้านบาทจากคดีทุจริตเงินบริจาคของวัด คำสั่งส่วนนี้เป็นอีกประเด็นสำคัญของคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินซึ่งประชาชนมอบให้ด้วยความศรัทธา โดยต้องแยกออกจากทรัพย์สินของวัดที่ตำรวจติดตามกลับคืนมาในช่วงก่อนหน้านี้

ทำไมโทษรวมหลายร้อยปี แต่ศาลกำหนดจำคุก 50 ปี?

ตัวเลขโทษที่สูงหลายร้อยปีเกิดจากการนำโทษของความผิดแต่ละกระทงมารวมกัน แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กำหนดเพดานโทษจำคุกสำหรับผู้ที่กระทำความผิดหลายกรรมไว้ ในกรณีที่ความผิดกระทงหนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปี โทษจำคุกรวมต้องไม่เกิน 50 ปี เว้นแต่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

จึงต้องแยกระหว่าง “โทษรวมตามกระทง” กับ “โทษจำคุกที่ศาลกำหนดหลังใช้เพดานตามกฎหมาย” ตัวเลขทั้งสองส่วนอาจแตกต่างกันมากโดยเป็นผลจากหลักเกณฑ์การรวมโทษ ส่วนระยะเวลาที่ผู้ต้องโทษจะอยู่ในเรือนจำจริงยังขึ้นอยู่กับกระบวนการและเงื่อนไขทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรใช้คำว่า “ติดจริง 50 ปี” แทนรายละเอียดทั้งหมดของคำพิพากษา

จุดเริ่มต้นคดี จากการตรวจสอบบัญชีรับเงินบริจาค

คดีนี้เริ่มจากการตรวจสอบเส้นทางเงินที่ประชาชนบริจาคเพื่อสนับสนุนงานของวัดพระบาทน้ำพุ โดยบัญชีสำคัญที่ถูกตรวจสอบคือ “ใจฟ้าอาทรประชานาถ โดย นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” ข้อมูลการสอบสวนระบุว่า บัญชีดังกล่าวรับเงินตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 ถึงปี 2568 และมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 300 ล้านบาท ตำรวจพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคเข้าสู่ระบบบัญชีของวัด จึงรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมอดีตพระอลงกตและหมอบีตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ก่อนนำตัวเข้าสอบปากคำ อดีตพระอลงกตลาสิกขาในวันเดียวกัน การจับกุมครั้งนั้นนำไปสู่การตรวจสอบเส้นทางเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ข้อกล่าวหาและการฝากขังในช่วงเริ่มต้นคดี

อดีตพระอลงกตถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ที่อยู่ในความดูแลไปโดยทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ส่วนหมอบีถูกดำเนินคดีในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินคดีจากเส้นทางเงินบริจาคที่ตำรวจตรวจสอบ

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 พนักงานสอบสวนนำทั้งสองคนไปขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัวโดยให้เหตุผลเรื่องอัตราโทษสูงและความกังวลเกี่ยวกับพยานหลักฐาน อดีตพระอลงกตไม่ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว ส่วนหมอบียื่นคำร้องแต่ศาลไม่อนุญาต จากนั้นทั้งคู่ถูกส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ตำรวจขยายผล ติดตามทรัพย์สินวัดมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

หลังการจับกุม ตำรวจสอบสวนกลางขยายผลไปยังทรัพย์สินที่บุคคลอื่นมีชื่อถือครองแทนวัดพระบาทน้ำพุ ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีการเปิดเผยผลการติดตามทรัพย์สินกลับคืนมา ทั้งเอกสารสิทธิในที่ดินและยานพาหนะ มูลค่าประเมินรวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นผลการติดตามทรัพย์สินของวัดในภาพรวม

  • โฉนดที่ดิน: 411 ฉบับ
  • หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3: 389 แปลง
  • พื้นที่รวม: ประมาณ 7,200 ไร่
  • ยานพาหนะ: ประมาณ 60 คัน ครอบคลุมรถยนต์ รถตู้ รถกระบะ รถบัส รถบรรทุก และรถเพื่อการเกษตร

ทรัพย์สินมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทส่วนนี้เป็นคนละรายการกับเงินมากกว่า 300 ล้านบาทที่มีรายงานว่าศาลสั่งให้จำเลยร่วมกันคืนในคดีล่าสุด จึงไม่ควรนำตัวเลขทั้งสองมารวมกันแล้วระบุว่าเป็นยอดเงินตามคำพิพากษาเดียวกัน การแยกข้อมูลให้ชัดช่วยให้เห็นทั้งผลการติดตามทรัพย์สินและผลการพิจารณาคดีโดยไม่สับสน

คำพิพากษาศาลชั้นต้น ยังมีขั้นตอนอุทธรณ์

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีอยู่ที่รายงานคำพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 50 ปี และร่วมกันคืนเงินมากกว่า 300 ล้านบาท ส่วนโทษหลายร้อยปีที่ปรากฏในข่าวเป็นตัวเลขรวมตามกระทง ก่อนใช้เพดานโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางยังไม่ควรถูกระบุว่าเป็นคดีถึงที่สุด เพราะคู่ความยังมีสิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการกฎหมาย