เด้งแล้ว ผอ.ศบส.5 ปมศูนย์ป้าแมว พร้อมสั่งตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ

เด้งแล้ว ผอ.ศบส.5 ปมศูนย์ป้าแมว พร้อมสั่งตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ

เด้งแล้ว ผอ.ศบส.5 ปมศูนย์ป้าแมว พร้อมสั่งตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สั่งย้าย ผอ.ศบส.5 สอบปมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกาญจนบุรีพบกรงเหล็ก พร้อมเร่งตรวจมาตรฐานศูนย์ทั่วประเทศภายใน 2 เดือน

กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าตรวจสอบกรณีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี หลังพบห้องติดลูกกรง เตียงดัดแปลงเป็นกรงเหล็ก และลวดหนามภายในสถานที่ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีคำสั่งให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 (ศบส.5) ไปปฏิบัติงานที่ส่วนกลางทันที ระหว่างรอผลสอบข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ยังสั่งตรวจมาตรฐานศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน


“พัฒนา” ย้ำตรวจสอบโปร่งใส หากพบผิดดำเนินคดีไม่ละเว้น

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงคำสั่งย้ายผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศบส.5 ไปยังส่วนกลางของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐมนตรีกำชับให้เร่งตรวจสอบทั้งการดำเนินงานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรับผิดชอบ โดยเน้นให้กระบวนการตรวจสอบโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมยืนยันว่าหากพบเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนมาก่อน

ด้านนายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระบุว่า อธิบดีได้ลงนามในคำสั่งย้ายแล้ว และผู้ถูกย้ายเข้ารายงานตัวที่ส่วนกลางเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปโดยเร็ว ทั้งนี้ การย้ายระหว่างตรวจสอบยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้ถูกย้ายกระทำผิด

ย้อนปมศูนย์โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม พบห้องลูกกรงและเตียงกรงเหล็ก

กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับศูนย์โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแล้วพบห้องพักติดลูกกรงเหล็กที่ล็อกจากภายนอกได้ ภายในยังมีเตียงนอนดัดแปลงเป็นกรงเหล็กครอบผู้ป่วย รวมถึงลวดหนามติดตั้งในบริเวณต่าง ๆ สิ่งที่พบทำให้เกิดคำถามต่อการกำกับดูแลสถานประกอบการ และการตรวจสอบของ ศบส.5 ซึ่งมีนางนัยนา หาญธนะสุกิจ เป็นผู้อำนวยการ

คำชี้แจงต่างกัน เจ้าหน้าที่ระบุไม่เคยเห็นเตียงกรงเหล็ก

ในรายการโหนกระแสวันที่ 7 ตุลาคม นางนัยนาชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่เคยตรวจพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตประมาณ 1,600 ตารางเมตร และพบห้องลูกกรงสีเขียว โดยผู้ประกอบการอธิบายว่าใช้แยกผู้ป่วยที่มีปัญหาทะเลาะวิวาทกันชั่วคราว อย่างไรก็ตาม นางนัยนาระบุว่าไม่เคยพบเตียงกรงเหล็กและลวดหนามตามภาพที่เป็นข่าว ส่วนการใช้พื้นที่นอกเขตที่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่เคยแจ้งไม่ให้รับผู้ป่วยในบริเวณดังกล่าว แต่เป็นการแจ้งด้วยวาจา ไม่ได้ออกคำสั่งเป็นหนังสือ

ต่อมาวันที่ 8 ตุลาคม เจแปน ลูกชายเจ้าของศูนย์ ชี้แจงผ่านรายการเดียวกันว่า กรงเหล็กและลวดหนามบางส่วนอยู่ภายในพื้นที่ 1,600 ตารางเมตรที่ได้รับอนุญาต พร้อมอ้างว่าเจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจสถานที่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 จึงควรเห็นสิ่งติดตั้งเหล่านี้ คำชี้แจงที่ไม่ตรงกันทำให้ต้องตรวจสอบต่อว่าเจ้าหน้าที่เข้าตรวจพื้นที่ใด พบสิ่งใด และดำเนินการอย่างไรหลังการตรวจ โดยประเด็นเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริง

เพิกถอนใบอนุญาต พบใช้พื้นที่เกินและรับรักษาผู้ป่วยจิตเวช

สำหรับศูนย์โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแล้ว หลังตรวจพบการดำเนินงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยสถานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร แต่ให้บริการจริงในพื้นที่ถึง 4,641 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังพบการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล

ตามข้อมูลการตรวจสอบ การดำเนินงานดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาสถานที่ดูแลผู้รับบริการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินการตามกฎหมายกับสถานประกอบการ

สั่งตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศภายใน 2 เดือน

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพยังสั่งให้ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 เขต เร่งตรวจมาตรฐานศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงทั้งหมดในพื้นที่รับผิดชอบ โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อป้องกันการดำเนินกิจการผิดกฎหมายและคุ้มครองผู้รับบริการ ส่วนกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของ ผอ.ศบส.5 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้องรอผลสอบข้อเท็จจริงก่อนสรุปความรับผิดของแต่ละฝ่าย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล