กูรูอังกฤษเปิดลิสต์ "ของแปลก" ที่คนทิ้งลงส้วม ทำค่าซ่อมแพงยับ มือถือยังไม่พีกสุด!

กูรูอังกฤษเปิดลิสต์ "ของแปลก" ที่คนทิ้งลงส้วม ทำค่าซ่อมแพงยับ มือถือยังไม่พีกสุด!

กูรูอังกฤษเปิดลิสต์ "ของแปลก" ที่คนทิ้งลงส้วม ทำค่าซ่อมแพงยับ มือถือยังไม่พีกสุด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้เชี่ยวชาญเตือน อย่าทิ้งสิ่งเหล่านี้ลงชักโครก เปิดลิสต์ของแปลกที่เจอจริง ทั้งมือถือ รองเท้า และถุงยาง

ชักโครกมีไว้สำหรับขับถ่าย แต่ดูเหมือนว่าหลายคนในสหราชอาณาจักรจะใช้มันเป็นเหมือน “ถังขยะ” โดยไม่รู้ว่าของบางอย่างที่กดลงไปนั้นอาจสร้างปัญหาให้ระบบท่อระบายน้ำอย่างหนัก ตั้งแต่ผ้าอนามัย ผ้าอ้อม ไปจนถึงบุหรี่ไฟฟ้าและเศษอาหาร

ผู้เชี่ยวชาญจาก Initial Washroom Hygiene เปิดเผยว่า นอกจากสิ่งของเหล่านี้แล้ว ยังเคยพบของแปลกกว่านั้นในโถส้วม เช่น เสื้อผ้า รองเท้า โทรศัพท์มือถือ และแม้แต่เครื่องประดับ หากสิ่งของเหล่านี้หลุดเข้าไปในระบบระบายน้ำ อาจสะสมจนเกิดการอุดตันและสร้างความเสียหายตามมา

ของอะไรบ้างที่ไม่ควรกดลงชักโครก?

Jamie Woodhall ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคและนวัตกรรมของ Initial Washroom Hygiene อธิบายว่า หลายคนอาจมองว่าการทิ้งของลงชักโครกเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว แต่สิ่งของจำนวนมากไม่ได้สลายตัวง่ายเหมือนกระดาษชำระ เมื่อสะสมรวมกันในระบบท่อ ก็มีโอกาสกลายเป็นก้อนอุดตันขนาดใหญ่ได้

สิ่งที่ไม่ควรทิ้งลงชักโครก ได้แก่ ผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียก ผ้าอนามัย ผ้าอ้อม กระดาษเช็ดมือ ไหมขัดฟัน เส้นผม บุหรี่ไฟฟ้า หมากฝรั่งนิโคติน ถุงยางอนามัย และเศษอาหาร รวมถึงสิ่งของอื่นที่ไม่สามารถสลายตัวได้ง่ายในน้ำ

แม้แต่สิ่งที่ดูเหมือนชิ้นเล็กอย่างเส้นผมหรือไหมขัดฟันก็สามารถพันรวมกับเศษขยะอื่นในท่อได้ เมื่อสะสมเป็นเวลานาน ปัญหาที่เริ่มจากสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ จึงอาจกลายเป็นการอุดตันครั้งใหญ่ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไข

แบบสำรวจพบพฤติกรรมชวนอึ้งของคนอังกฤษ

Initial Washroom Hygiene ยังสำรวจความคิดเห็นของผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักรจำนวน 2,074 คน เพื่อดูว่าประชาชนเข้าใจหรือไม่ว่าอะไรสามารถกดลงชักโครกได้อย่างปลอดภัย ผลที่ออกมาพบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนไม่น้อยที่ยอมรับว่าเคยทิ้งสิ่งของที่ไม่ควรลงชักโครก

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ 26 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าสามารถกดปลาทองที่ตายแล้วลงชักโครก ขณะที่ 35 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าเคยทิ้งเศษเล็บ และ 34 เปอร์เซ็นต์เคยกดกระดาษเช็ดมือหรือเส้นผมลงไป

ส่วนสิ่งของที่ไม่ควรลงชักโครกอย่างชัดเจนอย่างไหมขัดฟัน มีผู้ตอบแบบสอบถาม 19 เปอร์เซ็นต์ที่ยอมรับว่าเคยกดลงไป ขณะที่ 19 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าเคยทิ้งผ้าอนามัยแบบสอด 16 เปอร์เซ็นต์เคยทิ้งคอนแทคเลนส์ และ 13 เปอร์เซ็นต์เคยทิ้งถุงยางอนามัยลงชักโครก

บุหรี่ไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งของที่ไม่ควรทิ้งลงชักโครก

ในบรรดาสิ่งของที่ผู้เชี่ยวชาญพบในห้องน้ำ ยังมีสิ่งของที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เช่น บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบไอ รวมถึงหมากฝรั่งนิโคติน สิ่งของเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีส่วนประกอบที่ไม่เหมาะกับระบบท่อระบายน้ำ แต่ยังมีวัสดุและชิ้นส่วนที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ง่าย

เช่นเดียวกับผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียก แม้ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจถูกทำตลาดว่าเหมาะสำหรับทิ้งลงชักโครก แต่เมื่อเข้าสู่ระบบระบายน้ำก็ยังสามารถจับตัวกับไขมัน เศษอาหาร และขยะอื่น ๆ จนกลายเป็นก้อนอุดตันขนาดใหญ่ได้

เทน้ำมันลงอ่างล้างจาน ก็สร้างปัญหาไม่แพ้กัน

ปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะในห้องน้ำ เพราะในห้องครัวเองก็มีพฤติกรรมที่สามารถสร้างปัญหาให้ระบบระบายน้ำได้เช่นกัน จากการสำรวจพบว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถาม คิดว่าสามารถเทน้ำมัน ไขมัน หรือไขมันจากการประกอบอาหารลงในอ่างล้างจานได้

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เมื่อไขมันและน้ำมันไหลลงท่อแล้วเย็นตัวลง จะสามารถเกาะติดและจับตัวกับขยะอื่น ๆ ภายในระบบท่อ จนกลายเป็นก้อนขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Fatberg หรือก้อนไขมันอุดตันในระบบระบายน้ำ

“Fatberg” ก้อนขยะมหึมาที่สร้างความเสียหายเป็นล้าน

Fatberg เกิดจากการสะสมของไขมัน น้ำมัน และสิ่งของที่ถูกทิ้งลงระบบระบายน้ำอย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียก กระดาษ และขยะอื่น ๆ เมื่อทุกอย่างจับตัวรวมกัน จะกลายเป็นก้อนแข็งคล้ายคอนกรีตและสามารถมีขนาดใหญ่มาก

ปัญหานี้พบในระบบท่อระบายน้ำของหลายเมืองในสหราชอาณาจักร และสามารถเพิ่มความเสี่ยงที่น้ำเสียจะไหลย้อนกลับเข้าสู่บ้านเรือนหรือทำให้ระบบระบายน้ำทำงานผิดปกติ การกำจัด Fatberg แต่ละก้อนจึงต้องใช้ทั้งแรงงาน เวลา และค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

ข้อมูลจาก Thames Water ระบุว่า บริษัทต้องจัดการกับ ผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียกที่ถูกทิ้งลงชักโครกประมาณ 3.8 พันล้านชิ้นต่อปี และมีค่าใช้จ่ายในการกำจัดอยู่ที่ประมาณ 18 ล้านปอนด์ หรือราวหลายร้อยล้านบาท

เคล็ดลับจำง่าย “3 Ps” อะไรลงชักโครกได้บ้าง?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหลักง่าย ๆ ที่เรียกว่า “3 Ps” ซึ่งประกอบด้วย Pee, Poo และ Paper หรือพูดง่าย ๆ คือ ปัสสาวะ อุจจาระ และกระดาษชำระเท่านั้นที่ควรลงชักโครก

ส่วนสิ่งของอื่น ๆ เช่น ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียก ไหมขัดฟัน เส้นผม และขยะต่าง ๆ ควรทิ้งลงถังขยะให้เหมาะสม ขณะที่ในห้องครัวควรขูดเศษอาหารและไขมันออกจากภาชนะก่อนนำไปล้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้ไหลเข้าสู่ระบบท่อ

การใช้ตะแกรงหรือกระชอนดักเศษอาหารที่บริเวณอ่างล้างจานก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดปัญหาได้ เพราะสามารถดักเศษอาหารก่อนที่เศษเหล่านั้นจะไหลลงไปสะสมในท่อ

สัญญาณเตือนว่าท่ออาจเริ่มตัน

หากเริ่มสังเกตเห็นว่า น้ำในชักโครกไหลย้อนกลับ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือน้ำในอ่างล้างจานระบายช้าลง อาจเป็นสัญญาณว่าระบบระบายน้ำกำลังมีปัญหา ไม่ควรรอจนเกิดการอุดตันเต็มรูปแบบก่อนจึงค่อยแก้ไข

หากปัญหารุนแรงหรือไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีทั่วไป ควรให้ช่างประปาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบระบายน้ำตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุและเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสม การทิ้งสิ่งของให้ถูกที่ตั้งแต่ต้นจึงเป็นวิธีง่ายที่สุดในการลดทั้งปัญหาท่ออุดตันและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม

สรุป

แม้การกดสิ่งของบางอย่างลงชักโครกจะดูเหมือนเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว แต่ของที่ไม่ควรลงท่ออาจสะสมและสร้างปัญหาในระยะยาว ตั้งแต่ท่ออุดตัน กลิ่นไม่พึงประสงค์ ไปจนถึงก้อน Fatberg ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการกำจัด

หลักจำง่ายคือ ชักโครกควรรับเพียง “ปัสสาวะ อุจจาระ และกระดาษชำระ” ส่วนของอื่นควรทิ้งลงถังขยะหรือจัดการด้วยวิธีที่เหมาะสม เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ก็ช่วยลดภาระให้ทั้งระบบระบายน้ำและค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาได้

 

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Initial Washroom Hygiene – ข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการทิ้งสิ่งของลงชักโครกในสหราชอาณาจักร
  2. Daily Mail – รายงานเกี่ยวกับสิ่งของที่พบในระบบสุขาภิบาลและปัญหา Fatberg
  3. Thames Water – ข้อมูลเกี่ยวกับการกำจัดผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียกและปัญหาไขมันอุดตันในระบบระบายน้ำ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล