ทำไม "ทะเลเดดซี" ถึงไม่ถูกนับว่าเป็นทะเล? รู้แล้วจะเข้าใจชื่อที่เรียกกันมานาน!

ทำไม "ทะเลเดดซี" ถึงไม่ถูกนับว่าเป็นทะเล? รู้แล้วจะเข้าใจชื่อที่เรียกกันมานาน!

ทำไม "ทะเลเดดซี" ถึงไม่ถูกนับว่าเป็นทะเล? รู้แล้วจะเข้าใจชื่อที่เรียกกันมานาน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไม “ทะเลเดดซี” ถึงไม่ใช่ทะเล? ความจริงของแหล่งน้ำสุดเค็มที่ทำให้คนลอยตัวได้

ทุกปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ลอยตัวในผืนน้ำที่ขึ้นชื่อว่าเค็มจัดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่นี่คือ ทะเลเดดซี (Dead Sea) แหล่งน้ำชื่อดังที่อยู่ระหว่างประเทศจอร์แดนกับอิสราเอลและเขตเวสต์แบงก์ แต่แม้จะมีคำว่า “ทะเล” อยู่ในชื่อ แต่ในทางภูมิศาสตร์แล้ว เดดซีกลับไม่ได้จัดเป็นทะเล หากเป็น ทะเลสาบน้ำเค็มแบบปิด ที่มีลักษณะทางธรรมชาติโดดเด่นอย่างมาก

คำถามที่น่าสนใจคือ หากไม่ใช่ทะเล แล้วเหตุใดผู้คนจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “ทะเลเดดซี” มานานหลายร้อยหลายพันปี คำตอบเกี่ยวข้องทั้งกับประวัติศาสตร์ของชื่อเรียก ลักษณะภูมิประเทศ และความเค็มที่สูงผิดปกติ ซึ่งทั้งหมดทำให้เดดซีกลายเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่น่าทึ่งที่สุดบนโลก

เดดซีเป็นทะเลสาบ ไม่ใช่ทะเล

ในทางภูมิศาสตร์ ทะเลสาบ คือแหล่งน้ำที่ถูกล้อมรอบด้วยผืนดินเป็นหลัก ขณะที่ทะเลโดยทั่วไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบมหาสมุทร หรือมีความเชื่อมโยงกับทะเลและมหาสมุทรอื่น ๆ อย่างชัดเจน เดดซีมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำปิด ไม่มีทางน้ำไหลออกสู่มหาสมุทร จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ทะเลสาบน้ำเค็มแบบปิด (endorheic lake)

เดดซีตั้งอยู่ในบริเวณแอ่งรอยแยกจอร์แดน โดยมีประเทศจอร์แดนอยู่ทางตะวันออก และอิสราเอลกับเขตเวสต์แบงก์อยู่ทางตะวันตก น้ำส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่แอ่งจากแม่น้ำจอร์แดน รวมถึงลำธารและน้ำไหลบ่าจากพื้นที่โดยรอบ แต่แทบไม่มีทางไหลออกตามธรรมชาติ

เมื่อไม่มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลออกจากทะเลสาบ น้ำจึงระบายออกจากระบบนี้ด้วยการ ระเหยเป็นหลัก ประกอบกับพื้นที่โดยรอบมีสภาพอากาศร้อนและแห้ง ทำให้น้ำระเหยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เกลือและแร่ธาตุต่าง ๆ ยังคงสะสมอยู่ในแหล่งน้ำ

ทำไมเดดซีจึงเค็มกว่าน้ำทะเลหลายเท่า?

ความเค็มถือเป็นหนึ่งในลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของเดดซี น้ำทะเลทั่วไปมีความเค็มเฉลี่ยประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 35 กรัมของเกลือต่อน้ำ 1 ลิตร ขณะที่ความเค็มของเดดซีอยู่ในระดับประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ และอาจเปลี่ยนแปลงตามตำแหน่งและระดับน้ำ

กระบวนการนี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน แม่น้ำและน้ำไหลจากพื้นที่โดยรอบพาแร่ธาตุและเกลือลงสู่แอ่ง ขณะเดียวกันน้ำในทะเลสาบระเหยออกอย่างต่อเนื่อง แต่เกลือและแร่ธาตุส่วนใหญ่ไม่ได้ระเหยตามไปด้วย จึงเกิดการสะสมจนทำให้น้ำมีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก

ในน้ำเดดซียังมีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียม ความเข้มข้นของสารละลายที่สูงมากทำให้น้ำมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำทะเลทั่วไป ส่งผลให้คนที่ลงไปในน้ำสามารถ ลอยตัวได้ง่ายกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง เพราะไม่ควรกลืนน้ำหรือปล่อยให้น้ำเข้าตาและแผลบนร่างกาย

แล้วทำไมถึงเรียกว่า “ทะเล”?

ชื่อ “ทะเลเดดซี” มีรากมาจากการเรียกขานในอดีต ไม่ใช่การจัดประเภทตามหลักภูมิศาสตร์สมัยใหม่ ในหลายวัฒนธรรม คำที่มีความหมายว่า “ทะเล” สามารถใช้เรียกแหล่งน้ำเค็มขนาดใหญ่ได้ แม้แหล่งน้ำนั้นจะไม่ได้เชื่อมต่อกับมหาสมุทรก็ตาม

ตัวอย่างที่มีลักษณะคล้ายกันคือ ทะเลแคสเปียน (Caspian Sea) ซึ่งแม้จะใช้คำว่า “ทะเล” แต่ในทางภูมิศาสตร์ได้รับการจัดว่าเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่มาก ส่วนชื่อเรียกเหล่านี้จึงสะท้อนประวัติศาสตร์ ภาษา และมุมมองของผู้คนในแต่ละยุค มากกว่าจะเป็นการจำแนกทางวิทยาศาสตร์

ทำไมถึงเรียกว่า “เดดซี” หรือ “ทะเลมรณะ”?

คำว่า “เดดซี” เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มสูงมากจนสิ่งมีชีวิตในน้ำทั่วไปจำนวนมากไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ปลาและสัตว์น้ำจากแม่น้ำจอร์แดนที่หลุดเข้ามาในบริเวณที่มีความเค็มสูงจึงไม่สามารถอยู่รอดได้ ขณะที่สิ่งมีชีวิตบางกลุ่มที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มีเกลือสูง เช่น จุลินทรีย์บางชนิด สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

อย่างไรก็ตาม การบอกว่าเดดซี “ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย” ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะมีการค้นพบจุลินทรีย์ที่สามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มสูงมากได้ ชื่อ “ทะเลมรณะ” จึงควรเข้าใจในบริบทของการที่ สิ่งมีชีวิตในน้ำทั่วไปไม่สามารถอยู่รอดได้ มากกว่าจะหมายความว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดอาศัยอยู่เลย

จุดต่ำที่สุดแห่งหนึ่งบนพื้นผิวโลก

อีกหนึ่งความน่าสนใจของเดดซีคือระดับพื้นที่บริเวณนี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมาก โดยผิวน้ำเดดซีในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 430 เมตรต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และระดับน้ำมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพภูมิอากาศและปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบ

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ระดับน้ำของเดดซีลดลงอย่างต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งการใช้น้ำจากแม่น้ำจอร์แดนและสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้ง ส่งผลให้พื้นที่ผิวน้ำลดลงและภูมิทัศน์รอบเดดซีเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

สรุป ทำไมเดดซีถึงไม่ใช่ทะเล?

แม้จะมีชื่อว่า “ทะเลเดดซี” แต่ในทางภูมิศาสตร์แล้ว เดดซีคือทะเลสาบน้ำเค็มแบบปิด ไม่ได้เชื่อมต่อกับมหาสมุทรและไม่มีทางน้ำไหลออกตามธรรมชาติ ความเค็มที่สูงมากเกิดจากการสะสมของเกลือและแร่ธาตุจากน้ำที่ไหลเข้ามา ขณะที่น้ำระเหยออกอย่างต่อเนื่อง

ชื่อเรียก “ทะเล” เป็นมรดกจากประวัติศาสตร์และภาษา ขณะที่คำว่า “เดดซี” สะท้อนสภาพแวดล้อมที่รุนแรงจนสิ่งมีชีวิตในน้ำทั่วไปไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ทั้งหมดนี้ทำให้เดดซีกลายเป็นแหล่งน้ำที่มีเอกลักษณ์อย่างมาก และเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ชื่อที่เราเรียกกันมานาน อาจไม่ได้ตรงกับการจัดประเภททางวิทยาศาสตร์เสมอไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล