เปิด 10 มหาเศรษฐีแห่งยุค 90 ใครรวยที่สุดในโลก? อันดับ 1 ไม่ใช่เจ้าชาย!

เปิด 10 มหาเศรษฐีแห่งยุค 90 ใครรวยที่สุด? จากญี่ปุ่นครองโลก สู่ยุคทองของมหาเศรษฐีเทคโนโลยี
ยุค 90 ใครรวยที่สุด? เปิด 10 มหาเศรษฐี จากเจ้าพ่อญี่ปุ่นสู่ “บิล เกตส์” กับทรัพย์สิน 90,000 ล้านดอลลาร์
ทศวรรษ 1990 เป็นช่วงเวลาที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากยุคที่ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์และธุรกิจรถไฟของญี่ปุ่น ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของโลก สู่ยุคที่บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ กลายเป็นเครื่องจักรสร้างความมั่งคั่งครั้งใหญ่
ในปี 1990 ชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลกคือ โยชิอากิ สึสึมิ (Yoshiaki Tsutsumi) มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น เจ้าของอาณาจักร Seibu ซึ่งมีทรัพย์สินราว 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อเข้าสู่ปี 1999 เขากลับร่วงลงมาอยู่อันดับ 73 ของโลก ขณะที่ บิล เกตส์ กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งด้วยทรัพย์สินสูงถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนภาพของยุค 90 ได้อย่างชัดเจน เมื่อฟองสบู่สินทรัพย์ของญี่ปุ่นแตกตัว ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีของสหรัฐฯ กลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนในช่วงปลายทศวรรษ มหาเศรษฐี 4 อันดับแรกของโลกต่างเป็นชาวอเมริกัน และ 3 คนในนั้นสร้างความมั่งคั่งจากบริษัทเดียวกัน
จัดอันดับมหาเศรษฐีอย่างไร?
การจัดอันดับนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าใครมีทรัพย์สินมากที่สุดในปีใดปีหนึ่ง แต่ประเมินภาพรวมตลอดช่วงปี 1990-1999 โดยพิจารณาทั้ง มูลค่าทรัพย์สินสูงสุด อันดับความมั่งคั่ง จำนวนปีที่ครองตำแหน่งคนรวยที่สุดในโลก ความต่อเนื่องของความมั่งคั่ง และทิศทางการเติบโตหรือถดถอยของทรัพย์สิน
ข้อมูลในต้นฉบับใช้ WorldRankd Composite Index ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากรายชื่อมหาเศรษฐีของ Forbes ระหว่างปี 1990-1999 โดยให้น้ำหนักกับมูลค่าทรัพย์สินสูงสุดมากที่สุด ก่อนนำปัจจัยอื่นมาประกอบการจัดอันดับ
10. เจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลาล (Prince Alwaleed Bin Talal)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1999
เจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลาล สร้างความมั่งคั่งจากการลงทุนระดับโลก โดยไม่ได้พึ่งพารายได้จากธุรกิจน้ำมันเป็นหลัก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1991 เมื่อพระองค์ลงทุนราว 590 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Citicorp ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตจากปัญหาอสังหาริมทรัพย์และหนี้ในละตินอเมริกา
หลังจากนั้น พระองค์ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจและแบรนด์ชื่อดังหลายแห่ง ทั้ง Saks, Fairmont, Four Seasons, Plaza Hotel, Euro Disney, Apple และ News Corp จนพอร์ตการลงทุนเติบโตขึ้นอย่างมาก และมีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1999
พระองค์จึงติดอันดับ 10 จากการสร้างความมั่งคั่งด้วยกลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ที่กำลังประสบปัญหา แม้จะเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก แต่ความมั่งคั่งก้าวกระโดดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษมากกว่าจะครองความมั่งคั่งตลอดช่วงยุค 90
9. ฟิลิป แอนชูตซ์ (Philip Anschutz)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1999
ฟิลิป แอนชูตซ์ เป็นมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่สร้างอาณาจักรธุรกิจจากหลายอุตสาหกรรม เริ่มต้นจากธุรกิจน้ำมัน ก่อนขยายไปสู่ธุรกิจรถไฟ และมองเห็นโอกาสครั้งใหญ่จากโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ข้างทางรถไฟ
ในปี 1991 เขาแยกธุรกิจ SP Telecom ออกมาเพื่อวางสายเคเบิลใยแก้วนำแสงตามเส้นทางรถไฟ และต่อมาเปลี่ยนเป็น Qwest Communications เมื่อกระแสธุรกิจโทรคมนาคมเติบโตอย่างรวดเร็ว การลงทุนดังกล่าวสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับเขา
ภายในปี 1999 ทรัพย์สินของแอนชูตซ์เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 6 ของโลกในปีนั้น แม้ไม่เคยครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง แต่การเติบโตของธุรกิจในช่วงปลายยุค 90 ทำให้เขาติดอันดับ 9 ของการจัดอันดับภาพรวม
8. ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1999
ไมเคิล เดลล์ เป็นหนึ่งในตัวแทนของมหาเศรษฐีรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับธุรกิจเทคโนโลยี เขาก่อตั้งบริษัท PC's Limited จากหอพักมหาวิทยาลัยเทกซัสในปี 1984 ด้วยเงินทุนเพียง 1,000 ดอลลาร์ และใช้แนวคิดขายคอมพิวเตอร์โดยตรงให้ลูกค้าแทนการพึ่งพาร้านค้าปลีก
ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตกำลังขยายตัว ในปี 1992 เขากลายเป็นซีอีโอที่อายุน้อยที่สุดของบริษัทใน Fortune 500 และในปี 1997 เว็บไซต์ของ Dell มียอดขายราว 1 ล้านดอลลาร์ต่อวัน
เมื่อถึงปี 1999 เดลล์มีทรัพย์สินประมาณ 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะมีอายุเพียง 34 ปี เขาจึงกลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่มีเส้นทางการเติบโตของความมั่งคั่งรวดเร็วที่สุดในกลุ่มนี้
7. เอส. ร็อบสัน วอลตัน (S. Robson Walton)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 15,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1999
เอส. ร็อบสัน วอลตัน เป็นบุตรชายคนโตของแซม วอลตัน ผู้ก่อตั้ง Walmart และรับช่วงความมั่งคั่งจากหุ้นในบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ หลังบิดาเสียชีวิตในปี 1992 เขาขึ้นเป็นประธานคณะกรรมการของ Walmart
แม้ทรัพย์สินส่วนตัวจะไม่สูงเท่ากับมหาเศรษฐีเทคโนโลยีบางราย แต่ความมั่งคั่งจาก Walmart อยู่ในกลุ่มบนสุดของโลกอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษ ขณะที่บริษัทเองก็เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ
จุดเด่นของวอลตันจึงไม่ได้อยู่ที่การพุ่งขึ้นของทรัพย์สินในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็น ความต่อเนื่องของความมั่งคั่ง ซึ่งทำให้เขาอยู่เหนือมหาเศรษฐีบางรายที่มีทรัพย์สินสูงกว่าในช่วงปลายยุค 90
6. สตีฟ บอลเมอร์ (Steve Ballmer)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1999
สตีฟ บอลเมอร์เข้าร่วม Microsoft ในปี 1980 ในฐานะพนักงานคนที่ 30 หลังบิล เกตส์ชักชวนให้มาร่วมงาน เขาไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท แต่ได้รับผลตอบแทนเป็นสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งต่อมากลายเป็นแหล่งความมั่งคั่งมหาศาล
เมื่อหุ้น Microsoft พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปลายทศวรรษ สัดส่วนการถือหุ้นของบอลเมอร์ก็เพิ่มมูลค่าขึ้นจนทรัพย์สินแตะประมาณ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1999 และขึ้นมาเป็นบุคคลที่ร่ำรวยอันดับ 4 ของโลกในปีนั้น
แม้เขาจะมีทรัพย์สินสูงกว่าหลายคนในอันดับก่อนหน้า แต่ความมั่งคั่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ และเขาไม่เคยครองตำแหน่งคนที่รวยที่สุดในโลก จึงอยู่ที่อันดับ 6 ของการจัดอันดับภาพรวม
5. ไทคิจิโระ โมริ (Taikichiro Mori)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 18,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเคยเป็นคนรวยที่สุดในโลก
ไทคิจิโระ โมริ เป็นอดีตศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ที่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเวลาต่อมา เขาสร้างอาณาจักร Mori Building จากการสะสมที่ดินในพื้นที่สำคัญของกรุงโตเกียว
ในปี 1991 ช่วงที่ราคาสินทรัพย์ญี่ปุ่นพุ่งแตะระดับสูงสุด มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ของโมริทำให้เขากลายเป็น บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยทรัพย์สิน 18,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังครองตำแหน่งดังกล่าวต่อในปี 1992
อย่างไรก็ตาม เมื่อฟองสบู่สินทรัพย์ของญี่ปุ่นเริ่มแตก มูลค่าทรัพย์สินของเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว โมริเสียชีวิตในปี 1993 ทำให้ช่วงเวลาที่เขาครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกกินเวลาเพียง 2 ปี แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาติดอันดับ 5 ของทศวรรษ
4. โยชิอากิ สึสึมิ (Yoshiaki Tsutsumi)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1990
โยชิอากิ สึสึมิ เปิดทศวรรษ 1990 ในฐานะ บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก จากอาณาจักร Seibu ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจรถไฟ โรงแรม สนามกอล์ฟ รีสอร์ตสกี และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
ในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในยุคเฟื่องฟู อาณาจักร Seibu เคยถือครองที่ดินในญี่ปุ่นประมาณหนึ่งในหกของประเทศ พร้อมโรงแรมมากกว่า 80 แห่ง สนามกอล์ฟ 52 แห่ง รีสอร์ตสกี และทีมเบสบอล Seibu Lions
สึสึมิครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกในปี 1990, 1993 และ 1994 รวม 3 ปี แต่เมื่อฟองสบู่เศรษฐกิจญี่ปุ่นแตก ความมั่งคั่งของเขาก็ลดลงอย่างหนัก จาก 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1990 เหลือประมาณ 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1999 และอันดับความมั่งคั่งร่วงลงไปถึงอันดับ 73 ของโลก
เส้นทางของสึสึมิจึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่า ความมั่งคั่งที่เติบโตจากยุคฟองสบู่สามารถหายไปได้อย่างรวดเร็วเพียงใด
3. พอล อัลเลน (Paul Allen)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1999
พอล อัลเลน คือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และเป็นบุคคลสำคัญที่สนับสนุนให้บิล เกตส์ลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อเริ่มต้นธุรกิจในปี 1975 แม้เขาจะออกจาก Microsoft ในปี 1983 แต่ยังคงถือหุ้นจำนวนมากในบริษัท
เมื่อ Microsoft เข้าตลาดหุ้นในปี 1986 มูลค่าหุ้นที่อัลเลนถือครองก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนในปี 1999 เขามีทรัพย์สินประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 3 ของโลก
อัลเลนนำความมั่งคั่งไปลงทุนในหลากหลายธุรกิจและความสนใจส่วนตัว ทั้งกีฬา อุตสาหกรรมบันเทิง เทคโนโลยี และการสำรวจอวกาศ เขาจึงเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่มีความมั่งคั่งระดับสูงตลอดช่วงปลายทศวรรษ แม้จะไม่ได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก
2. วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1999
วอร์เรน บัฟเฟตต์เป็นข้อพิสูจน์ว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ในธุรกิจเทคโนโลยีก็สามารถสร้างความมั่งคั่งมหาศาลในยุค 90 ได้ เขาสร้างความมั่งคั่งผ่าน Berkshire Hathaway ซึ่งมีธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับประกันภัยและธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
ตลอดช่วงทศวรรษ บัฟเฟตต์สามารถรักษาตำแหน่งมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของโลกได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้ครองตำแหน่งคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกแม้แต่ปีเดียวในช่วงยุค 90
เขายังคงขยาย Berkshire Hathaway ด้วยการเข้าซื้อกิจการสำคัญ เช่น GEICO และ FlightSafety รวมถึงการซื้อ General Re ในปี 1998 ด้วยมูลค่าราว 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ในปี 1999 ทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก
จุดแข็งของบัฟเฟตต์จึงอยู่ที่ ความสม่ำเสมอและความสามารถในการสร้างความมั่งคั่งโดยไม่ต้องพึ่งกระแสฟองสบู่เทคโนโลยี
1. บิล เกตส์ (Bill Gates)
ทรัพย์สินสูงสุดในยุค 90: 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1999
หากพูดถึงมหาเศรษฐีแห่งยุค 90 ชื่อของ บิล เกตส์ แทบไม่มีคู่แข่งในการจัดอันดับนี้ เขาขึ้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในปี 1995 และครองตำแหน่งต่อเนื่องทุกปีจนถึงปี 1999
ความมั่งคั่งของเกตส์เติบโตจากประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1990 เป็น 12,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1995 จากนั้นเพิ่มเป็น 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1996, 36,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1997, 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1998 และทะยานขึ้นถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1999
Microsoft กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่กำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกในยุคนั้น และราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ทำให้ความมั่งคั่งของเกตส์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เขากลายเป็นมนุษย์คนแรกที่เข้าใกล้ระดับทรัพย์สิน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อสิ้นสุดทศวรรษ เกตส์มีทรัพย์สินมากกว่าบัฟเฟตต์และพอล อัลเลนรวมกันเสียอีก โดยทั้งสองคนมีทรัพย์สินรวมประมาณ 66,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เกตส์มีถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากเจ้าพ่อญี่ปุ่น สู่มหาเศรษฐีเทคโนโลยี
เรื่องราวของมหาเศรษฐีทั้ง 10 คนสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลกในช่วงทศวรรษ 1990 ได้อย่างชัดเจน เพราะช่วงต้นยุค 90 โลกยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยโยชิอากิ สึสึมิและไทคิจิโระ โมริเคยครองตำแหน่งคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
แต่เมื่อฟองสบู่สินทรัพย์ของญี่ปุ่นแตก ความมั่งคั่งของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์และธุรกิจดั้งเดิมก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ กลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด และสร้างมหาเศรษฐีรุ่นใหม่ขึ้นมาในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ปลายทศวรรษจึงกลายเป็นยุคของ บิล เกตส์ พอล อัลเลน สตีฟ บอลเมอร์ และไมเคิล เดลล์ ขณะที่วอร์เรน บัฟเฟตต์เป็นตัวแทนของความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างมั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งพากระแสเทคโนโลยี
บทเรียนสำคัญจากยุค 90 คือ ความมั่งคั่งที่พุ่งขึ้นสูงสุดกับความมั่งคั่งที่ยั่งยืนอาจเป็นคนละเรื่องกัน บางคนสร้างความมั่งคั่งจากฟองสบู่และเคยครองโลกอยู่ช่วงหนึ่ง ขณะที่บางคนค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ครองตำแหน่งได้ยาวนานกว่า
- ต่างชาติเปิด 10 อาชีพ "ไม่ง้อปริญญา" แต่รายได้สูงลิ่ว AI แย่งงานยาก อันดับ 8 คาดไม่ถึง!!
- 10 ประเทศ “มีความสุขที่สุดในโลก” ปี 2026 แชมป์เจ้าเดิม 8 สมัยซ้อน มีเหตุผลเงินซื้อไม่ได้!
10 มหาเศรษฐีแห่งยุค 90
- บิล เกตส์ — 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- วอร์เรน บัฟเฟตต์ — 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- พอล อัลเลน — 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- โยชิอากิ สึสึมิ — 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ไทคิจิโระ โมริ — 18,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- สตีฟ บอลเมอร์ — 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เอส. ร็อบสัน วอลตัน — 15,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ไมเคิล เดลล์ — 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ฟิลิป แอนชูตซ์ — 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลาล — 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Forbes World's Billionaires 1999 — รายชื่อมหาเศรษฐีและมูลค่าทรัพย์สิน
- Celebrity Net Worth — ข้อมูลบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในแต่ละปี
- WorldRankd — Composite Index และการจัดอันดับมหาเศรษฐีแห่งยุค 1990

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี