เปิดโฉมจริง "ตุตันคามุน" ฟาโรห์ 3,300 ปี ภาพจำลองเผยจุดที่ร่างกายผิดปกติ

เปิดโฉมจริง "ตุตันคามุน" ฟาโรห์ 3,300 ปี ภาพจำลองเผยจุดที่ร่างกายผิดปกติ

เปิดโฉมจริง "ตุตันคามุน" ฟาโรห์ 3,300 ปี ภาพจำลองเผยจุดที่ร่างกายผิดปกติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่เหมือนภาพจำ! เปิดใบหน้า "ตุตันคามุน" ฟาโรห์อียิปต์ 3,300 ปี ความลับในร่างมัมมี่ที่โลกเพิ่งรู้

เปิดโฉมจริง ตุตันคามุน ฟาโรห์อียิปต์ 3,300 ปี ภาพจำลองเผยปัญหาสุขภาพ ผลตรวจ DNA ชี้พ่อแม่เป็นพี่น้องกัน พร้อมปริศนาการสิ้นพระชนม์วัย 19 ปี

ฟาโรห์ตุตันคามุน (Tutankhamun) หนึ่งในกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอียิปต์โบราณ กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ภาพจำลองรูปลักษณ์ของพระองค์จากการตรวจสอบมัมมี่ด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์อันสง่างามที่ผู้คนคุ้นเคย โดยข้อมูลจากการศึกษายังเผยให้เห็นปัญหาสุขภาพหลายประการ รวมถึงหลักฐานทางพันธุกรรมที่บ่งชี้ว่าพระบิดาและพระมารดาของพระองค์เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกัน

ตุตันคามุนขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุประมาณ 9 ปี และสิ้นพระชนม์เมื่อมีพระชนมายุราว 19 ปี แม้จะปกครองอียิปต์เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่พระองค์กลับกลายเป็นฟาโรห์ที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุดพระองค์หนึ่ง โดยเฉพาะหลังการค้นพบสุสานที่เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าเมื่อปี ค.ศ. 1922

เปิดโฉมตุตันคามุน จากมัมมี่อายุกว่า 3,300 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1922 โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ค้นพบสุสานของตุตันคามุน ซึ่งมีรหัส KV62 ในหุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) ประเทศอียิปต์ การค้นพบครั้งนั้นสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก เนื่องจากภายในสุสานมีโบราณวัตถุจำนวนมาก รวมถึงหน้ากากทองคำอันเป็นเอกลักษณ์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมอียิปต์โบราณ

อย่างไรก็ตาม แม้หน้ากากทองคำจะทำให้คนทั่วโลกจดจำพระพักตร์ของตุตันคามุนได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารูปลักษณ์ที่ปรากฏบนหน้ากากจะตรงกับพระพักตร์จริงทั้งหมด เพราะงานศิลปะเกี่ยวกับฟาโรห์มักถูกสร้างขึ้นตามอุดมคติของความงดงามและอำนาจ

ต่อมาในปี ค.ศ. 2014 สารคดีของ BBC เรื่อง Tutankhamun: The Truth Uncovered ได้นำเสนอการตรวจสอบมัมมี่ด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายทางการแพทย์และการชันสูตรเสมือนจริง (Virtual Autopsy) โดยใช้ข้อมูลจากการสแกน CT เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพของพระองค์ และสร้างภาพจำลองใบหน้ากับร่างกายขึ้นมาใหม่

ภาพจำลองเผยรูปร่างต่างจากภาพจำ ฟาโรห์ตุตันคามุนมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง

ภาพจำลองที่นำเสนอในสารคดีแสดงให้เห็นตุตันคามุนในลักษณะที่แตกต่างจากภาพฟาโรห์หนุ่มผู้สง่างาม โดยมีการนำเสนอความผิดปกติของฟัน รูปร่าง และเท้า ซึ่งเชื่อมโยงกับผลการตรวจสอบมัมมี่และข้อสันนิษฐานทางการแพทย์

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือรูปร่างที่ถูกจำลองให้มีหน้าอกและสะโพกค่อนข้างเด่น คล้ายลักษณะทางกายภาพของผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นรูปร่างจริงของพระองค์ เนื่องจากงานวิจัยทางการแพทย์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA เมื่อปี ค.ศ. 2010 ระบุว่า ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia) ของตุตันคามุน

นักวิจัยอธิบายว่า ส่วนหน้าอกและกระดูกเชิงกรานบางส่วนของมัมมี่สูญหายไป ทำให้ไม่สามารถประเมินรูปร่างได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งภาพของราชวงศ์อียิปต์ในยุคอมาร์นา (Amarna Period) ที่มีลักษณะคล้ายผู้หญิง อาจเป็นรูปแบบศิลปะที่นิยมในยุคนั้น ไม่ใช่หลักฐานว่าฟาโรห์มีความผิดปกติของฮอร์โมนจริง

สิ่งที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับชัดเจนกว่าคือปัญหาบริเวณเท้า โดยผลการศึกษาพบว่าตุตันคามุนมีความผิดปกติของเท้าซ้าย รวมถึงภาวะกระดูกบริเวณเท้าขาดเลือดจนเกิดความเสียหาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินและทำให้พระองค์ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงร่างกาย สอดคล้องกับการค้นพบไม้เท้าจำนวนมากภายในสุสาน

ผลตรวจ DNA ชี้ พ่อแม่ตุตันคามุนเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด

อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญมาจากงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร JAMA ปี ค.ศ. 2010 ซึ่งศึกษามัมมี่ของสมาชิกราชวงศ์อียิปต์โบราณด้วยการตรวจทางพันธุกรรมและการวิเคราะห์ทางการแพทย์ โดยทีมวิจัยพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าพระบิดาและพระมารดาของตุตันคามุนเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

ผลการศึกษาระบุว่ามัมมี่ชายจากสุสาน KV55 ซึ่งนักวิจัยสันนิษฐานว่าอาจเป็นฟาโรห์อเคนาเตน (Akhenaten) และมัมมี่หญิงจากสุสาน KV35 ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Younger Lady มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมในฐานะพระบิดาและพระมารดาของตุตันคามุน

การแต่งงานระหว่างสมาชิกในราชวงศ์เดียวกันเป็นธรรมเนียมที่พบได้ในอียิปต์โบราณ โดยเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องการรักษาสายเลือดและสถานะอันศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์ อย่างไรก็ตาม ในทางพันธุศาสตร์ การมีบุตรระหว่างญาติใกล้ชิดเพิ่มโอกาสที่บุตรจะได้รับยีนด้อยก่อโรคชนิดเดียวกันจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรมบางประเภท

แม้ตุตันคามุนจะมีปัญหาสุขภาพหลายประการ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าความผิดปกติทั้งหมดเกิดจากการที่พระบิดาและพระมารดาเป็นพี่น้องกันโดยตรง เนื่องจากโรคและความผิดปกติทางร่างกายอาจมีปัจจัยร่วมหลายอย่าง

ตุตันคามุนสิ้นพระชนม์เพราะอะไร? ปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด

การสิ้นพระชนม์ของตุตันคามุนตั้งแต่อายุประมาณ 19 ปี เป็นหนึ่งในปริศนาที่นักประวัติศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์พยายามไขคำตอบมาอย่างยาวนาน ก่อนหน้านี้มีข้อสันนิษฐานหลายอย่าง ทั้งการถูกลอบปลงพระชนม์ การประสบอุบัติเหตุจากรถศึก หรือการเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บ

อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบมัมมี่ทำให้ทฤษฎีบางอย่างถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะสมมติฐานเรื่องอุบัติเหตุจากรถศึก เนื่องจากความผิดปกติบริเวณเท้าอาจทำให้พระองค์เคลื่อนไหวลำบาก จึงมีข้อสงสัยว่าจะสามารถขับรถศึกได้ตามปกติหรือไม่

งานวิจัยในวารสาร JAMA ปี ค.ศ. 2010 ยังตรวจพบหลักฐานทางพันธุกรรมของเชื้อมาลาเรีย Plasmodium falciparum ในมัมมี่ของตุตันคามุน รวมถึงร่องรอยความเสียหายของกระดูกและการบาดเจ็บบริเวณขา นักวิจัยจึงเสนอว่าโรคมาลาเรียร่วมกับปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อาจมีส่วนทำให้พระองค์สิ้นพระชนม์ตั้งแต่อายุยังน้อย

ถึงกระนั้น ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อยุติ เพราะการระบุสาเหตุการเสียชีวิตของบุคคลเมื่อกว่า 3,300 ปีก่อนมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งสภาพมัมมี่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและหลักฐานทางการแพทย์ที่ไม่ครบถ้วน จึงยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุการสิ้นพระชนม์ที่แท้จริงได้อย่างแน่นอน

ความลับหลังหน้ากากทองคำ ที่วิทยาศาสตร์ช่วยเปิดเผย

เรื่องราวของฟาโรห์ตุตันคามุนสะท้อนให้เห็นว่า ภาพลักษณ์อันสง่างามจากงานศิลปะในอดีตอาจแตกต่างจากชีวิตจริงของบุคคลในประวัติศาสตร์ แม้พระองค์จะเป็นกษัตริย์ที่ได้รับการยกย่องและมีสมบัติล้ำค่ามากมาย แต่หลักฐานจากมัมมี่กลับบ่งชี้ว่าพระองค์อาจต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพหลายอย่างตลอดพระชนม์ชีพ

การใช้เทคโนโลยี CT Scan การตรวจ DNA และการสร้างภาพจำลองทางนิติวิทยาศาสตร์ ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจชีวิตของตุตันคามุนได้มากขึ้น แต่ภาพจำลองที่ปรากฏยังคงเป็นการตีความจากหลักฐานที่มีอยู่ ไม่ใช่ภาพถ่ายหรือหลักฐานยืนยันรูปลักษณ์จริงทั้งหมดของพระองค์

กว่า 3,300 ปีหลังการสิ้นพระชนม์ ตุตันคามุนจึงยังคงเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของอียิปต์โบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าค้นหา และการศึกษาใหม่ ๆ อาจช่วยให้เราเข้าใจชีวิตของฟาโรห์หนุ่มพระองค์นี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต

แหล่งอ้างอิง

  1. Mirror Media – ข่าวต้นฉบับภาษาจีนเกี่ยวกับฟาโรห์ตุตันคามุน
  2. JAMA – Ancestry and Pathology in King Tutankhamun's Family (2010)
  3. PubMed – การศึกษาพันธุกรรมและโรคในราชวงศ์ตุตันคามุน
  4. Indian Journal of Endocrinology and Metabolism – The Breasts of Tutankhamun (2012)
  5. BBC – Tutankhamun: The Truth Uncovered (2014)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล