"อั้ม อธิชาติ" ยกระดับนวัตกรรมสมุนไพรไทย ผนึก ม.รังสิต ลงนาม MOU
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1982/9910219/new-thumbnail1200x720-v2(8).jpg"อั้ม อธิชาติ" ยกระดับนวัตกรรมสมุนไพรไทย ผนึก ม.รังสิต ลงนาม MOU

"อั้ม อธิชาติ" ยกระดับนวัตกรรมสมุนไพรไทย ผนึก ม.รังสิต ลงนาม MOU

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

ดร.อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด เดินหน้าครั้งสำคัญในการยกระดับนวัตกรรมสมุนไพรไทย นำ “อทิส อัมริท” (Atis Amarit) ผสานเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จับมือมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดผลทดสอบครบ 14 รายการ พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ต่อยอดการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในมนุษย์ วางรากฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยหลักฐานที่ตรวจสอบได้

ความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “อทิส ผสานพลังวิจัยและเทคโนโลยี พิสูจน์สมุนไพรไทย เพื่อภูมิต้านทาน” วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง 1-801 มหาวิทยาลัยรังสิต โดยมี ดร.อธิชาติ ชุมนานนท์ และ ดร.วันทิกา เครือน้ำคำ หัวหน้าหมวดวิชาเภสัชวิทยาและพิษวิทยา และหัวหน้าโครงการวิจัย ผู้แทนมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมลงนาม เชื่อมศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมของภาคเอกชนกับองค์ความรู้ของสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยผลิตภัณฑ์ “อทิส อัมริท” อย่างเป็นระบบ

จุดสำคัญของงานคือการส่งมอบรายงานผลทดสอบ “อทิส อัมริท” ครบทั้ง 14 รายการ จากห้องปฏิบัติการกลุ่มวิจัยเภสัชวิทยาและพิษวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ครอบคลุมฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และความเป็นพิษต่อเซลล์ชนิดต่าง ๆ โดยผลที่นำเสนอพบการลดการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นสารสื่อการอักเสบ ในเซลล์แมคโครฟาจ ณ ช่วงความเข้มข้นที่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ รวมถึงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทั้งนี้ ผลดังกล่าวเป็นข้อมูลในห้องปฏิบัติการเฉพาะตัวอย่างและเงื่อนไขที่ทดสอบ ยังไม่ใช่ข้อสรุปถึงประสิทธิผลในการใช้กับมนุษย์

ดร.อั้ม อธิชาติ เปิดเผยว่า การพัฒนา “อทิส อัมริท” ให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Phyto Extraction และ Nano Bio Encapsulation ควบคู่กับการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ โดยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดจากข้อมูลในห้องปฏิบัติการสู่แผนศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในมนุษย์ มุ่งศึกษาด้านระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ รวมถึงพิจารณาความเป็นไปได้ในการศึกษาในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ในฐานะการดูแลเสริมควบคู่กับการรักษามาตรฐานของแพทย์ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการภายหลังผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์แล้วเท่านั้น พร้อมย้ำว่า “เราต้องการให้ทุกก้าวของอทิสมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้รองรับ การพัฒนาสมุนไพรไทยต้องเดินหน้าควบคู่กับงานวิจัย คุณภาพ และความปลอดภัย ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการวางรากฐานระยะยาวให้ อทิส อัมริท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบ”

การผสานเทคโนโลยีกับความร่วมมือด้านวิจัยครั้งนี้สะท้อนทิศทางการพัฒนา “อทิส อัมริท” ที่มุ่งต่อ⁠ยอดภูมิปัญญาสมุนไพรไทยด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ พร้อมส่งต่อแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้อง⁠กัน ให้คนไทยตระหนักถึงการดูแลตนเองก่อนเจ็บป่วย โดยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภคเป็นเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “สุขที่สุด คือ สุขภาพดี”