สวยงามและหฤโหด : เมื่อ "โอลิมปิกแห่งเทรล" มาอยู่บนยอดดอยอินทนนท์

สวยงามและหฤโหด : เมื่อ "โอลิมปิกแห่งเทรล" มาอยู่บนยอดดอยอินทนนท์

สวยงามและหฤโหด : เมื่อ "โอลิมปิกแห่งเทรล" มาอยู่บนยอดดอยอินทนนท์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ที่สุดของสนามวิ่งเทรลเบอร์ 1 ของโลก คงต้องยกให้กับ "Ultra-Trail du Mont-Blanc" (UTMB) 

การแข่งขันท้าทายขีดจำกัดมนุษย์ บนเทือกเขาแอลป์ ในเส้นทางที่ลากผ่านพรมแดน 3 ประเทศ ประกอบด้วย ฝรั่งเศส, อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ จนได้รับการขนามว่าเป็น "โอลิมปิกแห่งเทรล" 

นี่คือความใฝ่ฝันที่ขาลุยทางธรรมชาติทั่วโลก ต่างอยากพิชิตให้ได้สักครั้งในชีวิต  

จะเกิดอะไรขึ้น หาก "รายการวิ่งเทรลที่ดีสุดของโลก" มาจัดขึ้นที่ "จุดสูงสุดของประเทศไทย" ณ ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 

ในช่วงปลายฝนต้นหนาว กับการวิ่งระยะทางระหว่าง 10-170 กิโลเมตร บนระดับความสูงเสียดฟ้า ก้อนเมฆพัดผ่านร่างกาย โดยมีสายฝนที่หล่นลงมาทักทายและทดสอบหัวใจผู้กล้าตลอดเส้นทาง ท่ามกลางทัศนียภาพสวยสดงดงาม 

นี่คือประสบการณ์ ที่ต่อให้มีเงินแค่ไหนก็คงหาซื้อไม่ได้ นอกจากจะสวมรองเท้า ถือไม้โพล แล้วออกมาแตะขอบฟ้าด้วยกันที่ดอยอินทนนท์ ในรายการ Thailand by UTMB 

 

ชาติแรกในโลก 

100 กว่ากิโลเมตร  คือ ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่สู่ดอยอินทนนท์ สถานที่สำหรับการแข่งขัน Thailand by UTMB 2020 ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเอา "โอลิมปิกแห่งวิ่งเทรล" มาจัดขึ้นในเมืองไทย 

หลังจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสการวิ่งเทรล เริ่มได้รับความนิยมหมู่น่องเหล็กชาวไทย ทาง "รัฐบาลไทย" เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงเกิดไอเดียที่อยากผลักดันให้ ประเทศไทย มีสนามเทรลระดับนานาชาติ โดยได้มอบหมายให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ 

แนวทางที่หลายฝ่ายเห็นตรงกัน คือ การซื้อลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันจากรายการระดับโลกอย่าง UTMB ที่ได้มาตรฐานและการยอมรับจากนักวิ่งเทรลทั่วโลกว่าเป็น สนามที่ดีสุดในโลก โดยที่ผ่านมาได้มีการขายแฟรนไชส์ไปให้กับ 5 ประเทศทั่วโลก 

แต่ขั้นตอนกว่าจะได้ License มาจัดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่มีเงินจะสามารถซื้อได้เลย "ประเทศไทย" ต้องหาสนามที่เหมาะสม เส้นทางการวิ่ง และมาตรฐานการจัดที่ใช่ เพื่อให้ทางเจ้าของลิขสิทธิ์ บินมาตรวจประเมิน 

นั่นจึงเป็นที่มาของงานวิ่งเทรล บนดอยอินทนนท์ครั้งแรก ในชื่อ Ultra Trail Thailand 2020 The Zero Edition เมื่อวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ผลการจัดในครั้งนั้นเป็นที่น่าพอใจ นำมาซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ รับรองให้ "ไทย" เป็นชาติลำดับ 6 ของโลก ที่ได้ลิขสิทธิ์จัดโอลิมปิกของนักวิ่งเทรล โดยได้มีการเปิดรับสมัครรายการ Thailand by UTMB 2020 ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 

ทว่าจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบถึงการแข่งขันกีฬาทั่วโลกต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะงานวิ่ง ที่รวบรวมคนจำนวนมาก มาไว้ที่สนามแข่งเดียวกัน ทำให้ยอดผู้สมัครชะงักอยู่หลักพันต้น ๆ 

แต่ด้วยมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุขที่ดีเยี่ยมของไทย เมื่อสถานการณ์ภายในประเทศเริ่มคลี่คลาย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส สู่สายตานานาประเทศ 

ด้วยการจัดรายการเทรลมาตรฐานระดับ Ultra-Trail du Mont-Blanc เป็นชาติแรกของโลก ในช่วงที่หลาย ๆ ประเทศ ยังต้องพบเจอกับปัญหาการระบาดหนักของไวรัส COVID-19  

"นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงศักยภาพทางด้านสาธารณสุข และความสามารถในการจัดกีฬามวลชน ภายใต้การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยถือว่าเป็นประเทศแรกๆ ของโลก" 

"การจัดปีนี้จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขของ ศบค. และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นการสนามวิ่งเทรลที่ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปทั่วโลก ในการจัดกีฬาภายใต้สถานการณ์วิกฤติ COVID-19 รวมทั้งเป็นการตอบโจทย์ว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะจัดกิจกรรมระดับโลกได้" พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว 

 

เทรลไทย มาตรฐานสากล 

ในทุก ๆ ปี จะมีผู้สมัครนับ 100,000 ชีวิตทั่วโลก ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในแข่งขัน "Ultra-Trail du Mont-Blanc" (UTMB) สนามที่เปรียบดั่งโอลิมปิกแห่งการวิ่งเทรล ... แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับสิทธิ์นั้น 

เพราะคุณจำเป็นต้องมีทั้งคะแนนสะสม จาก ITRA (International Trail Running Association) รวมถึงโชคในการเสี่ยง Lotto ด้วย 

ดังนั้นความพิเศษของการเป็น 1 ใน 6 สนามซีรีส์ของ UTMB คือ ผู้ชนะ แทบจะการันตีตั๋วไปลุย UTMB ที่ประเทศฝรั่งเศสทันที โดยผู้เข้าร่วมการแข่งขัน สามารถเก็บแต้ม Running Stone (คะแนนพิเศษเพื่อได้สิทธิ์แข่งขันรายการ UTMB) ได้มากถึง 18 คะแนนในสนามดอยอินทนนท์ 

นี่จึงเป็นโอกาสอันดีของนักวิ่งเทรลชาวไทย ที่จะลงแข่งขันใน Race ภายในประเทศ แล้วมีสิทธิพิเศษเข้าไปเข้าร่วมสนามระดับโลกได้ 

"ผมตัดสินใจลงงาน Thailand by UTMB เนื่องจากเห็นว่าเป็นรายการระดับโลกที่มาจัดบนดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและขึ้นชื่อของไทย มั่นใจว่าตลอดเส้นทางน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของผมแน่นอน" สมศักดิ์ กาญจนพิบูลย์ นักวิ่งระยะ 80 กิโลเมตร ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าจุดสตาร์ท 

เช่นเดียวกับ เชฎฐพล ชัยชนะฉิมพล นักธุรกิจด้านการเงิน เผยกับเราว่า แม้ตนจะเป็นคนเชียงใหม่ แต่เมื่อได้ยินว่ามีการเปิดวิ่งเทรลบนดอยอินทนนท์ ก็รู้สึกสนใจทันที เพราะโดยปกติในพื้นที่บางส่วนไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไป นี่จึงเป็นโอกาสดี ที่ตนเองจะได้วิ่งระยะทะลุ 100 กิโลเมตรหนแรกในชีวิต และเข้าไปสัมผัสธรรมชาติที่สมบูรณ์บนดอยอินทนนท์

งาน Thailand by UTMB 2020 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ณ บริเวณรอบดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 

โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 ระยะทาง ได้แก่ 170 กิโลเมตร, 120 กิโลเมตร, 80 กิโลเมตร, 25 กิโลเมตร และ Fun Run 10 กิโลเมตร สำหรับระดับความสูงสะสมมากสุดของรายการนี้ อยู่ที่ประมาณ 7,800 เมตร 

แม้ในวันงานจริง ผู้เข้าร่วมงาน ต้องเจอกับสภาพอากาศย่ำแย่ จนต้องมีการขยับเวลาปล่อยตัวออกไป รวมถึงลดระยะทางการวิ่ง ปิดเส้นทางบางส่วน เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา เช่น ระยะทางไกลสุด ลดจาก 170 กิโลเมตร เหลือ 157 กิโลเมตร 

แต่สิ่งที่ผู้จัดงานได้รับความชื่นชมจากผู้เข้าร่วมการแข่งขัน คงเป็นมาตรฐานการแข่งขันที่ดีกว่าหลาย ๆ สนามในไทย ที่เป็นผลพลอยได้จากการซื้อลิขสิทธิ์ UTMB มาจัดในไทย 

เพราะผู้จัดชาวไทย จะได้ระบบต่าง ๆ ในการจัดเก็บข้อมูล, ควบคุมการแข่งขัน, การแพทย์, การอำนวยความปลอดภัยแก่นักวิ่งเทรล ที่ถอดแบบจาก UTMB เมืองนอกยกมาใช้กับรายการนี้ 

"โดยรวมผมถือว่าครั้งนี้ ไทย จัดได้ดีนะครับมีมาตรฐานระดับเดียวกับสากล" เชฎฐพล ชัยชนะฉิมพล กล่าว 

"ผมวัดจากประสบการณ์ที่เคยลงงานเทรลหลายครั้ง งานวิ่ง Thailand by UTMB หนนี้ มีสตาฟฟ์เยอะ และมีทีมแพทย์คอยให้บริการทุกจุด ที่แปลกตาคงเป็น เฮลิคอปเตอร์ ที่บินวนรอบตลอดงาน พร้อมช่วยเหลือหากมีคนได้รับบาดเจ็บ"

"นอกจากนี้ยังมีความเข้มงวดในการตรวจอุปกรณ์ และให้ความสำคัญกับคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หากพบว่ามีการทิ้งขยะ ก็ถูกบวกเวลาเพิ่ม ขณะเดียวกันการ Cut-off สนามนี้ก็โหดกว่าหลาย ๆ สนาม ดูได้จากสถิติที่มีคนจบเพียง 20-30 เปอร์เซนต์เท่านั้น"

 

สวยงามและหฤโหด

เชฎฐพล ชัยชนะฉิมพล ผู้เข้าร่วมรายการ Thailand by UTMB ยืนยันกับเราว่า เส้นทางบนดอยอินทนนท์นั้น มีความโหดหินระดับไม่ปราณีใคร ทำเอาเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหนักเป็นครั้งแรกในการวิ่งเทรล หลังเข้ามาวงการได้ 2 ปีแล้ว 

แต่ก็รู้สึกคุ้มค่า เมื่อแลกกับบรรยากาศ และประสบการณ์ในการวิ่งบนจุดสูงสุดของเมืองไทย ที่เห็นทั้ง นาขั้นบันไดสวยงาม, วิวเทือกเขาสลับสุดลูกหูลูกตา, การผจญภัยในป่าหลากหลายรูปแบบ 

โดยที่ นักวิ่งทุกคน ต้องเดินฝ่าหมอกหนาทึบ และสายฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งวัน เนื่องจากอิทธิพลของพายุโมลาเบ ทำให้สภาพพื้นดินแปรเปลี่ยนเป็นโคลนแฉะ เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เป็นอุปสรรคของการวิ่งเทรลหนนี้

"ความสวยงามของสนามแห่งนี้ คือ เราได้เห็นธรรมชาติสมบูรณ์ เนื่องจากบางส่วนเป็นพื้นที่ปิด ไม่ได้มีใครมารุกล้ำ ส่วนจุดไฮไลท์ก็คงเป็น บ้านแม่กลางหลวง ที่เห็นวิวนาขั้นบันได สะท้อนภูมิปัญญาของคนที่นี่ในการทำเกษตร เส้นทางก็จะผ่านจุดชุมชน หมู่บ้านต่าง ๆ บางแห่งก็มีเด็ก ๆ มายืนต้อนรับโบกมือบ๊ายบายให้นักวิ่งเทรลด้วย ถือเป็นบรรยากาศที่ดี"

"แต่ความโหดของสนาม คงเป็นสภาพอากาศที่มีพายุ ฝน ตกลงมาตลอด ทำให้การวิ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างตัวผมก็ประสบอุบัติเหตุลื่นเสียหลัก ทำให้ไม้โพลที่ถือมาด้วย ทิ่มเข้าฝ่ามือ" 

"โชคดีที่เตรียมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายจัด บังคับเตรียมสำหรับการแข่งขัน จึงใช้เบตาดีนหยอด แล้วเอาผ้าก็อซพันแผลเพื่อหยุดเลือด ก่อนจะเข้าจุดปฐมพยาบาล สุดท้ายก็กัดฟันวิ่งอีก 14 กิโลเมตรที่เหลือ จบอัลตร้าเทรลระยะ 119 กิโลเมตร ได้สำเร็จ ถือเป็นอัลตร้าระยะ 100 กิโลเมตร ครั้งแรกของผมด้วย" เชฎฐพล ชัยชนะฉิมพล เผยถึงประสบการณ์สุดประทับใจและแสนหฤโหด บนเส้นทางนี้ 

Thailand by UTMB จึงเป็นเรซที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงามของธรรมชาติเท่านั้น แต่สนามแห่งนี้ยังเป็นบททดสอบชั้นเยี่ยม หากใครผ่านไปได้ ก็มีโอกาสไม่น้อยที่เขาคนนั้น จะทำสำเร็จในระยะทางเดียวกัน ที่ Mont Blanc 

 

เมืองไทย เมืองเทรล

หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้ UTMB กลายเป็น โอลิมปิกแห่งการวิ่งเทรล คือ การให้ความสำคัญต่อชุมชนโดยรอบ

ดังจะเห็นได้จากทุกสนามแข่งขัน ที่กำหนดให้เส้นทางต้องผ่านหมู่บ้านด้วย เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามีส่วนรวมในการเป็นเจ้าภาพต้อนรับนักกีฬาจากทั่วโลก รายละเอียดเหล่านี้ ล้วนเป็นเสน่ห์ที่สร้างความประทับใจ รอยยิ้มแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 

ในงาน Thailand by UTMB 2020 เราจึงได้เห็นเหล่าชาวบ้าน, นักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ เข้ามาเป็นอาสาสมัคร คอยบริการดูแลและให้ความช่วยเหลือนักวิ่งเทรล ในด้านต่าง ๆ

"การจัดงานวิ่งเทรลที่ดอยอินทนนท์ เป็นโอกาสดีที่จะทำให้ผู้มาร่วมงาน และชาวต่างชาติ ได้เห็นถึงความบรรยากาศที่สวยงาม รวมถึงวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านเรา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ" แสงพลอย กรรณิกา ชาวบ้านในชุนชนบ้านแม่กลางหลวง กล่าว 

นอกจากนี้การวิ่งเทรลยังเป็น Sport Traveling ที่น่าจับตามอง จากข้อมูลของผู้สมัครงานวิ่งครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย อายุ 35 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 80,000 บาทต่อเดือน 

สอดคล้องกับข้อมูลเกี่ยวกับนักวิ่งเทรลในต่างประเทศ ส่วนใหญ่ มักเป็นคนมีฐานะ อยู่ในช่วงวัยกลางคนและสูงวัย ประสบความสำเร็จอาชีพการทำงาน และต้องการมองหาการออกกำลังกาย ที่ท้าทายขีดจำกัดของร่างกาย รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า 

การวิ่งเทรลตอบโจทย์คนเหล่านี้ มากกว่าการวิ่งมาราธอน หรือวิ่งระยะสั้นทางเรียบ ที่เน้นใช้พละกำลัง ความคล่องตัว แต่ Trail Running อาศัยความทนทานของกล้ามเนื้อ และการใช้เวลาอย่างยาวนานในการฝึกซ้อม 

กลุ่มคนวิ่งเทรลสมัครเล่นจำนวนมาก ที่ไม่ต้องหมกมุ่นกับการทำงานหนัก จึงมีเวลามากพอที่จะฝึกซ้อม ที่พัฒนาร่างกาย จนทำได้ดีไม่แพ้คนหนุ่ม เมื่อถึงเวลาแข่งขัน 

ดังนั้นการพิชิตเทรลจึงเป็นเป้าหมายในชีวิตของใครหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงวิกฤติวัยกลางคน (Midlife Crisis) หรือคนที่กำลังมองหาความท้าทายใหม่ชีวิต มากกว่ามุ่งทำหาเงิน

ด้วยศักยภาพของประเทศไทย ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย เป็นจุดหมายที่คนทั่วโลกอยากมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากได้มีการนำรายการเทรลระดับโลก เข้ามาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว ที่น่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว

เนื่องจากปริมาณนักวิ่งเทรลทั่วโลกมีอยู่มหาศาล และส่วนใหญ่วัฒนธรรมของต่างชาติ จะไม่ได้มาตัวเปล่า เพราะบรรดานักวิ่งเหล่านี้ จะพาครอบครัวมาคอยให้กำลังใจ และเมื่อสิ้นเสร็จภารกิจ พวกเขาก็จะมาจับจ่ายใช้เวลาทำกิจกรรมอื่น ๆ เชิงการท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกด้วย

"ประเทศไทยมีความได้เปรียบ ทั้งด้านภูมิอากาศและภูมิประเทศ ทำให้มีเสน่ห์เหมาะสำหรับการวิ่งเทรล ประกอบกับการลงทุนในการทำสนามไม่สูงนัก ซึ่งยังเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นอีกด้วย และที่สำคัญยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ใหม่ที่สำคัญของประเทศในอนาคตต่อไป" โชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผย 

ภาพที่ครอบครัวเฝ้ารอและสวมกอดนักวิ่งเทรลหลังเข้าเส้นชัย คงเป็นบทสรุปและสิ่งที่สวยงามสุด ในการแข่งขันโอลิมปิกแห่งเทรลครั้งแรกในเมืองไทย  ท่ามกลางช่วงเวลาที่นานาประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติไวรัส COVID-19 

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สถานการณ์โรคระบาดนี้จะคลี่คลายในเร็ววัน เพื่อที่ในงานวิ่งเทรล Thailand by UTMB ปีถัดไป "ประเทศไทย" จะได้โอบกอด ต้อนรับนักวิ่งจากทั่วโลก ให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ บนจุดสูงสุดแดนสยาม 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook