เทคนิคเปิดปากเจ้าหนูวัยเรียน เล่าสารทุกข์สุขดิบ

วัยเริ่มเรียน ไปโรงเรียนได้เจอสังคมข้างนอกเต็มตัว พ่อแม่ก็มักอยากรู้ความเป็นไปหรือสุข-ทุกข์แต่วันละของลูกบ้าง คำแนะนำจากหลายสำนักและหลากผู้เชี่ยวชาญบอกว่า แค่คำถามนี้ก็เอาอยู่แล้ว "วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างลูก" ปรากฏเจ้าหนูตอบกลับ "ไม่มีอะไร" ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเด็กๆ ก็เหนื่อย เบื่อ เพลีย ไม่ไหวจะเคลียร์อย่างผู้ใหญ่นี่แหละ คำถามที่คิดว่าได้คำตอบแน่ จึงไม่หมูอย่างที่คาด
ฉบับนี้เรามีข้อสังเกตบางอย่างให้คุณได้นำไปลองใช้ยามเด็กน้อยวัยเรียนไม่ยอมเปิดปาก จากศาสตราจารย์วอลลี่ ก็อดดาร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตครอบครัว จากมหาวิทยาลัยอาร์คานซัส และผู้เขียนหนังสือ The Soft-Spoken Parent มาฝากกัน

• ดูความพร้อมก่อน ไม่เร่งจะดีกว่า เพิ่งรับขึ้นรถปุ๊บก็ถามปั๊บอาจไม่ใช่จังหวะที่ดีนัก เพราะเด็กหลายๆ คนก็ยังไม่พร้อมที่จะทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าวันนี้ได้ผ่านไปแล้ว ดังนั้นการอดใจ เก็บคำถามนี้ไว้ตอนเย็น เช่น หลังอาหารเย็น หรือก่อนเข้านอนที่ทั้งลูกและคุณก็สบายใจ ผ่อนคลายกันแล้วหรือกำลังจู๋จี๋อารมณ์ดีๆ กันจะเข้าท่ากว่า
• ชวนคุยให้ตรงประเด็น ในวันที่ลูกดูไม่อยากพูด หรืออยากช่วยให้ลูกพูดง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงคำถามกว้างที่สุดในสามโลกอย่าง "วันนี้สนุกไหม" คำถามที่เหมาะควรเป็นคำถามแสดงความใส่ใจ หรือคำถามที่ลูกรู้สึกได้ว่าพูดแล้วคุณกำลังฟังเขาแน่ๆ เช่น "วันนี้ลูกผสมสีอย่างที่เราทดลองกันวันก่อนหรือเปล่า แม่เห็นลูกชอบมากเลย แม่ก็ว่าสวยดีนะ เพื่อนๆ น่าจะได้เห็น"
• ควบคุมอารมณ์ให้อยู่ แม้ได้รู้ข้อมูลลบ เมื่อลูกยอมเปิดปากบอกเราแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องดีเสมอไป ดังนั้นสิ่งสำคัญยามคุยกับลูกคือการควบคุมอารมณ์และการตอบกลับของคุณ แม้แต่เมื่อคุณได้รับรู้เรื่องที่ทำให้ช็อคได้ หรือเรื่องใหญ่ที่ต้องแก้ไขโดยด่วน เช่น ลูกถูกรังแก ปฏิกิริยาแรกที่แนะนำคือ แสดงความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจรับฟังลูกในสถานการณ์นั้น และต้องให้ลูกรู้ว่าคุณพร้อมจะช่วยลูกเสมอ ส่วนการแก้ปัญหาเร่งด่วนอื่นๆ ก็ค่อยว่ากันไป
ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.photos.com
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

