6 สัญญาณเตือนว่าคุณไม่มีความสุขกับงาน

6 สัญญาณเตือนว่าคุณไม่มีความสุขกับงาน

6 สัญญาณเตือนว่าคุณไม่มีความสุขกับงาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บางคนคิดว่า "สู้ให้ฉันตกงานยังดีเสียกว่าที่จะให้ฉันต้องมานั่งทำงานที่ฉันไม่รักแบบนี้" แล้วคุณล่ะเป็นแบบนี้หรือไม่ ถ้ายังไม่รู้ ลองมาดูสัญญาณทั้ง 6 ที่บ่งบอกว่า ‘ you' re in the wrong job เข้าแล้วล่ะ' กันดีกว่า



1. Salary and Surrounded

เงินเดือนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำงาน แต่ความรู้สึกกับที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือตัวงานก็เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างแฮปปี้หรือไม่แฮปปี้ได้เช่นกัน หากเงินเดือนที่ต่ำของคุณได้รับหารปรับขึ้น แต่สภาพแวดล้อมที่กล่าวมาแล้วยังเหมือนเดิม (ไม่ดี) คุณคิดว่ามันจะทำให้คุณแฮปปี้กับงานมากขึ้นหรือไม่ หากคำตอบคือ "ไม่" แล้วล่ะก็ เปลี่ยนงานซะเถอะค่ะ

2. Proud of Your Job

ดิฉันเคยพูดคุยกับแม่บ้านที่ทำหน้าที่กวาดพื้นถูพื้น และล้างห้องน้ำของบริษัทแห่งหนึ่ง เธอบอกว่าเธอภูมิใจที่ได้เป็นแม่บ้านในบริษัทนี้มากว่าอีกบริษัทหนึ่งเสียอีก คุณเห็นไหมค่ะว่า ขนาดแม่บ้านยังภูมิใจในตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองที่อาจไม่ได้สูงค่าสำหรับใครหลายๆ คนเลย แล้วคุณล่ะ ดิฉันมั่นใจว่าหน้าที่การงานของคุณคงไม่ต่ำต้อยด้อยค่าไปกว่าเธอแน่ๆ ดังนั้นหากงานที่คุณทำมันทำให้คุณรู้สึกว่ามันไม่เป็นประโยชน์กับคุณเลย หนำซ้ำยังรู้สึกว่าเสียเวล่ำเวลาที่ต้องมานั่งทำงานแบบนี้ด้วยล่ะก็ งานอื่นๆ ที่เหมาะสมกับคุณยังรอคุณอยู่ข้างหน้าค่ะ

3. Learn Nothing

การทำสิ่งใดๆ ก็ตามต่างต้องการการพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นด้วยกันทั้งนั้น และทุกๆ อย่างก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกและสังคม ดังนั้นตัวคุณเองต้องตามติดให้ทันเพื่อประโยชน์กับตัวคุณเอง รวมถึงงานของคุณด้วย หากคุณเป็นคนที่ดีแต่รับเงินเดือนมาก แต่หน้าที่ความรับผิดชอบกลับไม่มากขึ้นตามไปด้วย และหากเกิดกรณีที่บริษัทต้องการลด cost ของบริษัทลง เขามักจะเพ่งเล็งไปที่การปลดพนักงานที่ได้รับเงินเดือนสูง เพราะการปลดพนักงานเพียงตนเดียวนั้น เท่ากับสามารถจ้างพนักงานคนอื่นๆ ได้อีกหลายคน คุณคงรู้นะคะว่าอย่างไหนมันจะคุ้มค่ากับบริษัทมากกว่ากัน และคุณเองก็ย่อมเป็นหนึ่งในนั้น เพราะกรณีของคุณดันไปตรงกับทฤษฎีที่ว่านี้ยังไงล่ะ ดังนั้นทางแก้ไขก็คือ จงเพิ่มทักษะในการทำงานให้กับตัวเองให้มากขึ้น เช่น หาความรู้เพิ่มเติมเพื่อเป็นประโยชน์กับการทำงาน หรือขอหน้าที่ความรับผิดชอบจากเจ้านายให้มากขึ้น เพื่อให้เขาเห็นประโยชน์ในตัวคุณ

 

 

 

4. No Positive Feedback in the Future

หลายคนรู้สึกว่าไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีเพียงพอกับการทำงานในแต่ละวันที่ผ่านไป ดิฉันอยากให้คุณลองสังเกตระหว่างการที่คุณไม่ได้รับคำชมเชยที่เพียงพอ กับการที่คุณไม่ได้รับแม้กระทั่งสัญญาณจากเจ้านายเลยว่าคุณก็เป็นคนสำคัญคนหนึ่งของบริษัทเหมือนกัน หากมันเป็นอย่างหลังแล้วนั่นหมายความว่า แสงสว่างในอาชีพที่คุณกำลังทำอยู่นั้นมันช่างริบหรี่ซะเหลือเกิน แต่หากคุณรักที่จะทำงานที่นั่นจริงๆ ทางหนึ่งที่คุณทำได้คือ โชว์ความสามารถของคุณให้เต็มที่กับงานที่คุณรับผิดชอบ และหมั่นซักถามถึง feedback เพื่อคุณจะได้นำมันมาปรับปรุงและพัฒนาตัวคุณให้ดีขึ้น

5. Hate Your Boss

เหตุผลอันดับหนึ่งของการเปลี่ยนงานก็คือ ไม่ถูกกับเจ้านายอาจจะด้วยสาเหตุที่คุณไม่เคยมีทัศนคติที่ตรงกับเจ้านายคุณเลย เจ้านายคอยที่จะขัดแย้งกับความเห็นที่คุณเสนอทุกครั้งไป เจ้านายชอบคอยจ้องจับผิดจับตามองคุณทุกฝีก้าวจนทำให้คุณรู้สึกอึดอัดที่ต้องทำงานที่นี่ หรือต่อว่าคุณต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน จนทำให้คุณรู้สึกอับอายขายหน้า และในที่สุดก็ทำให้ทุกๆ วันของคุณกลายเป็น Boss-Hating Day ไปแล้วล่ะก็วิธีเดียวที่จะหลีกหนีจากวันบ้าๆ แบบนี้ได้ก็คือเปลี่ยนงานไงคะ

6. Mismatch Between Your Life and Your Job

บางครั้งความแตกต่างระหว่างนิสัยหรือความชอบส่วนตัวของคุณกับนโยบายของบริษัทที่ออกเป็นกฏสำหรับพนักงานอาจขัดแย้งกัน มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะปรับเปลี่ยนไปตามน้ำ หรือจะต่อต้านมัน บางทีสิ่งที่แตกต่างอาจจะเป็นสไตล์การทำงานที่ไม่เหมาะกับที่ทำงานของคุณ หรือวัฒนธรรมบางอย่างของบริษัทที่ขัดแย้งกับสิ่งที่คุณเป็นซะเหลือเกิน แต่หากคุณยอมรับและทำตามอย่างเต็มใจ ปัญหามันก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ามันเป็น conflict ลึกๆ ที่ติดอยู่ที่ใจคุณจนทำให้คุณรู้สึกอึดอัดแล้วล่ะก็ ให้คุณเตรียมพร้อมกับการหางานใหม่เลยดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแต่ว่ามันจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไป และใครพร้อมที่จะเผชิญหน้ารับมือ และปรับตัวได้ดีกว่ากันเท่านั้นเอง และหากคุณรับมันไม่ได้จริงๆ ทางออกเดียวคงมีแต่การหางานใหม่แน่ๆ ค่ะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook