รวม 5 ชุดเปลี่ยนโลก! เมื่อแฟชั่นกลายเป็นตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

รวม 5 ชุดเปลี่ยนโลก! เมื่อแฟชั่นกลายเป็นตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

รวม 5 ชุดเปลี่ยนโลก! เมื่อแฟชั่นกลายเป็นตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นคืออีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ทำให้โลกใบนี้หมุนไป อย่างน้อยที่สุดก็เป็นดั่งแรงบันดาลใจให้กับบุคคลทั่วไป หลายต่อหลายคอลเล็กชั่นให้กำเนิดชุดสวยสะกดในตำนาน ที่ยังต้องพูดถึงแบบปากต่อปากมาจนถึงปัจจุบัน หลายชุดให้กำเนิดวัฒนธรรมใหม่ ปลดแอกตัวตนที่ถูกกดทับมาเป็นเวลานาน กระทั่งมีส่วนตอกย้ำความก้าวหน้าของโลกจากฝีมือของมนุษย์ด้วยเช่นกัน ครั้งนี้โว้กรวบรวม 5 ชุดเปลี่ยนโลกที่สายแฟ(ชั่น) ต้องทำความรู้จักกัน

CHANEL SUIT (1950s)


แม้ว่าดีไซน์อาจจะไม่ได้ดูหวือหวาเหมือนกับชุดเปลี่ยนโลกชุดอื่นๆ หาก CHANEL SUIT คืออีกหนึ่งบทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นต้องจารึก กับชุดสูทสำหรับผู้หญิง โดยฝีมือของมัดมัวแซลโคโค่ ชาเนลในตำนาน ที่เคยฝากฝีมือชิ้นโบว์แดงไว้ในชุด Flappers ในยุค 1920s ก่อนที่จะได้รังสรรค์ชุดสูทผ้าทวีด ประดับกระดุมสีทองสำหรับสุภาพสตรี เข้าคู่กับกระโปรงยาวระดับเข่า ในช่วงปลายยุค 1950s ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา ก่อนที่จะกลายเป็นที่นิยมในฐานะของชุดกลางวันของสาวๆ ในยุค 1960s ไปจนถึงชุดทำงานของผู้หญิงที่เอาจริงเอาจังกับงานในยุค 1980s และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของหญิงสาวที่ต้องการปลดแอกตัวตนให้ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระอย่างแท้จริงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

Moon Girl Collection Dress (1964)


เป็นที่รู้กันดีว่ามนุษย์ได้ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในปี 1969 หากในช่วงต้นของทศวรรษที่ 1960s แนวโน้มของอุตสาหกรรมแฟชั่นยังได้โน้มเอียงไปในทางเฉลิมฉลองให้กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่มีมากอย่างก้าวกระโดดในเวลานั้น กระทั่งที่ในปี 1964 ก่อนที่มนุษย์จะได้สัมผัสดวงจันทร์ถึง 5 ปี ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสนามว่า André Courrèges ยังได้ให้กำเนิดคอลเล็กชั่น Moon Girl Collection Dress ที่ได้รับอิทธิพลจากเรื่องราวของอวกาศเช่นเดียวกับนักออกแบบหลายคนในทศวรรษนั้น ด้วยวิสัยทัศน์ที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอนาคต และโลกแฟชั่นจึงได้ถือกำเนิดชุดกระโปรงแบบมินิเสกิร์ต ที่รังสรรค์ขึ้นจากพลาสติก และโพลียูเรเธน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของวงการเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ในเวลานั้น

Topless Dress (1970s)


ในช่วงทศวรรษที่ 1960s มินิเสิร์ตนับเป็นเสื้อผ้าชิ้นแรกๆ ที่อนุญาตให้เหล่าสุภาพสตรีได้เผยเนื้อหนังบางส่วนให้โลกในยลโฉมมากขึ้น หลังจากที่ต้องขังตัวเองให้อยู่ในชุดสุ่มลากยาว และข้อจำกัดทางธรรมเนียมปฏิบัติในโลกเก่ามาเป็นเวลานาน และในยุค 1970s ยังได้สานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว ด้วยการพาเหล่าสุภาพสตรีปลดแอกตัวตนทางร่างกายถึงขีดสุด จากฝีมือการสร้างสรรค์ของ Rudy Gernreich กับชุดกระโปรงเข้ารูป เผยให้เห็นส่วนหน้าอกของเหล่าสุภาพสตรี เพื่อตั้งคำถามถึงความเท่าเทียมกับเพศชาย (ซึ่งเป็นไปตามกระแสคลื่นลูกใหม่ของกลุ่มสตรีนิยมในเวลานั้น) ทว่านักวิจารณ์อีกหลายเสียงก็ยังได้ตั้งคำถามตอกกลับว่า "จริงๆ แล้วชุด Topless Dress นี้เป็นดั่งสัญลักษณ์เรียกร้องความเท่าเทียม หรือเป็นเพียงการตอกย้ำถึงการเป็นวัตถุทางเพศของสุภาพสตรีในสังคมกันแน่..."

Safety-Pin Dress (1994)


ย้อนกลับไปในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ดาราสาวไทย ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก ปรากฏโฉมบนพรมแดงงานประกาศรางวัลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประจำปี 2019 ในชุด Safety Pin Dress สีแดงสด ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับที่นักแสดงชื่อดังอย่าง Elizabeth Hurley เคยสวมใส่ในปี 1994 เมื่อครั้งเดินทางไปร่วมงานรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่อง 'Four Weddings and a Funeral' ซึ่งเมื่อนับมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 25 ปีพอดี โดยชุดดังกล่าวถูกรังสรรค์ขึ้นโดยฝีมือของดีไซเนอร์ในตำนาน Gianni Versace กับชุดเดรสยาวผ่าข้างสีดำขลับ ประดับพินเข็มกลัดสีทอง ที่กลายเป็นลูกเล่นสะดุดตาอยู่ข้างลำตัวของชุด เพิ่มความเย้ายวนให้กับผู้สวมใส่ และเรียกร้องสายตาของผู้คนรอบข้างได้อย่างอยู่หมัด ชุดนี้ยังได้รับการกล่าวขานต่อมาในฐานะของ “เดรสที่เปลี่ยนชีวิตการทำงานในวงการบันเทิงของเอลิซาเบธไปตลอดกาล”

Green Silk Bamboo-Print Dress (2000)


ถ้าเราจะบอกคุณว่า Google Image Search ถือกำเนิดขึ้นเพราะศิลปินสาวเจนิเฟอร์ โลเปซ คุณจะเชื่อไหม... แต่กระนั้นมันก็เป็นเรื่องจริงเสียยิ่งกว่าจริง หลังจากที่ศิลปินสาวปรากฏตัวในงานประกาศรางวัล Grammy Awards ประจำปี 2000 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน ในชุดเดรสยาว คอวีลึก พิมพ์ลายไม้ไผ่สีเขียว ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากผ้าชีฟอง โดยฝีมือของ Donatella Versace ซึ่งนับเป็นอีกชุดไอคอนิกของแบรนด์ ที่ได้รับการค้นหาในกูเกิ้ลอย่างถล่มทลาย จนกระทั่ง Eric Schmidt อดีตประธานกรรมการบริหารของกูเกิ้ล ยังได้ออกมายอมรับด้วยตัวเองว่า ชุดของเจโลนั้น ทลายกำแพงวัฒนธรรมการตค้นหาด้วยตัวอักษรลงอย่างชัดเจน และตอกย้ำว่าการค้นหาด้วยตัวอักษรนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนในสังคมอีกต่อไป ก่อนที่เขา และทีมจะให้กำเนิดฟังก์ชั่นการคเนหาด้วยภาพในเวลาต่อมานั่นเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook