อีเลคโทรลักซ์ เปิดตัวแคมเปญ “EAT ME FIRST! By Electrolux” ชวนคนดังเผยไอเดีย “คิด คุ้ม แคร์”

อีเลคโทรลักซ์ เปิดตัวแคมเปญ “EAT ME FIRST! By Electrolux” ชวนคนดังเผยไอเดีย “คิด คุ้ม แคร์”

อีเลคโทรลักซ์ เปิดตัวแคมเปญ “EAT ME FIRST! By Electrolux” ชวนคนดังเผยไอเดีย “คิด คุ้ม แคร์”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
อีเลคโทรลักซ์ เปิดตัวแคมเปญ “EAT ME FIRST! By Electrolux”ชวนคนดังเผยไอเดีย “คิด คุ้ม แคร์” รับประทานอาหารอย่างไม่ทิ้งขว้าง


          เมื่อวิกฤตขยะอาหาร กลายเป็นปัญหาระดับโลก!! อีเลคโทรลักซ์ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก ร่วมรณรงค์ลดการทิ้งขว้างอาหาร เปิดตัวแคมเปญ “EAT ME FIRST!  by Electrolux” รณรงค์ปลุกกระแสสังคมไทย “คิด คุ้ม แคร์” เพื่อช่วยลดการสูญเสียและการทิ้งขว้างอาหาร โดยได้รับเกียรติจาก เคนเนธ อึ้ง ประธานและประธานบริหาร บริษัท อีเลคโทรลักซ์ เมเจอร์ แอพพลายอันเซส เอเชีย แปซิฟิก และสุทธิ มโนกิจจรูญมั่น ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย ร่วมเผยที่มาของแคมเปญรณรงค์เพื่อช่วยลดการสูญเสียและทิ้งขว้างอาหาร โดยมี เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ นักแสดงชื่อดัง ที่มาแนะนำวิธีการเลือกอาหารในแต่ละวัน พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ, เพชร-บุญญาภาณิ์ เบญจรงคกุล เซเลบริตี้สาวสวย ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์การเลือกซื้อวัตถุดิบให้เหมาะสม และสาธิตการปรุงเมนูอาหารง่ายๆ โดยใช้วัตถุดิบที่มีในตู้เย็นมารังสรรค์เป็นขนมและของว่าง พร้อมเสิร์ฟในงานปาร์ตี้สบายๆ ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์ เมื่อเร็วๆ นี้ 



          เคนเนธ อึ้ง ประธานและประธานบริหาร บริษัท อีเลคโทรลักซ์ เมเจอร์ แอพพลายอันเซส เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “บริษัทอีเลคโทรลักซ์มุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่างในด้านที่ดีงามให้แก่ชีวิตประชาชนและโลกของเรา จากประวัติศาสตร์และความเป็นมืออาชีพทางด้านการทำอาหารที่สืบทอดมาอย่างยาวนานทำให้เราสามารถแบ่งปันองค์ความรู้และความชำนาญในด้านการถนอมอาหาร และการปรุงอาหารที่ทำให้ครอบครัวมีสุขภาพดี พร้อมๆ กับลดปัญหาเศษอาหารเหลือทิ้ง ทั้งนี้ ปัญหาด้านขยะอาหารเหลือทิ้งเริ่มกลายเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลขึ้นเรื่อยๆ และพวกเราทุกคนต้องหันมามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มจากที่บ้านเราเอง ในส่วนของทางบริษัทฯ เรากำลังจะจัดแคมเปญสำหรับชุมชนแบบต่อเนื่อง เริ่มจากที่ประเทศสิงคโปร์ที่จัดไปเมื่อเดือนที่แล้ว และในเดือนนี้จะจัดที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะสร้างความตระหนักในเรื่องทิ้งอาหารให้เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้”


          ด้าน สุทธิ มโนกิจจรูญมั่น ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ในโลกนี้อาหารที่มนุษย์เรากินทิ้ง กินขว้าง ในแต่ละปีมีน้ำหนักรวมกว่า 1.3 พันล้านตัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตได้ทั่วโลก มีมูลค่าถึง 32 ล้านล้านบาท สำหรับประเทศกำลังพัฒนา เฉลี่ยมีการกินทิ้งกินขว้างประมาณ 11 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มีการกินทิ้งกินขว้างประมาณ 80 กิโลกรัมต่อคนต่อปี สำหรับประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2556 มีปริมาณขยะมูลฝอย ถึง 26.77 ล้านตัน ซึ่งในปริมาณนี้มีขยะอาหารมากถึงร้อยละ 64 เฉพาะในกรุงเทพฯ มีปริมาณขยะมูลฝอย 9,000 ตันต่อวัน แต่มีขยะอาหารถึงร้อยละ 50 ทั้งนี้ในแต่ละปีอาหารที่สูญเสียไปและกลายเป็นขยะ ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกปลดปล่อยสู่บรรยากาศโลก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ




          “เมื่อย่างเข้าสู่ปลายปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาของเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองวาระต่างๆ ที่เต็มไปด้วยอาหารมากมาย ซึ่งบางส่วนสูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์จากการกินทิ้งกินขว้าง ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น อีเลคโทรลักซ์ ในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก และผู้นำในภาคส่วนอุตสาหกรรมสินค้าคงทนสำหรับผู้บริโภค ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะรณรงค์ให้คนทั่วไป รู้จักวางแผนก่อนซื้ออาหารทุกครั้ง เพื่อช่วยลดการทิ้งขว้างอาหารอย่างสิ้นเปลือง รวมทั้งสร้างความตื่นตัวในการฝึกเรื่อง FIFO (First in First Out) ในสังคมไทยตามแคมเปญ “EAT ME FIRST! By Electrolux” โดย “คิด” วางแผนบริหารก่อนการซื้อของ เพื่อความ “คุ้มค่า” คือซื้อมาแล้ว สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และ “แคร์” สังคมและประเทศ ก่อนทิ้งทุกครั้ง โดยปฎิบัติง่ายๆ ตั้งแต่การนำอาหารแช่ในตู้เย็น ให้ดูเรื่องวันหมดอายุ และนำมาประกอบอาหารก่อนที่จะเหลือทิ้ง โดยทางอีเลคโทรลักซ์ได้จัดทำแท็กแจกให้บุคคลทั่วไปสำหรับเขียนวันหมดอายุให้เห็นอย่างเด่นชัด เพื่อช่วยเรียงลำดับในการนำอาหารมารับประทาน ไม่ปล่อยให้สูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ รวมทั้งกระตุ้นเตือนให้ผู้บริโภคที่ทิ้งขว้างอาหาร ด้วยนิสัยการจับจ่ายและการบริโภคที่ไม่เหมาะสม เพื่อลดปัญหาเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดขยะในบ้าน เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต” สุทธิ กล่าวเพิ่มเติม


          บรรยากาศในงานครั้งนี้ คึกคักด้วยกลุ่มคนรักสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาโชว์ฝีมือของ เพชร-บุญญาภาณิ์ เบญจรงคกุล มาสาธิตการทำบลูเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูตตี้ และทาร์ตผลไม้ ที่ได้เชฟกิตติมศักดิ์อย่างเคนเนธ อึ้ง มาร่วมปรุงร่วมเสิร์ฟ เมนูพิเศษครั้งนี้ด้วย




          เพชร-บุญญาภาณิ์ กล่าวว่า ชอบทำขนม แต่ไม่ชอบทานนะคะ เวลามีเพื่อนๆ มาที่บ้าน ก็จะเปิดตู้เย็นหาวัตถุดิบที่สามารถนำมาทำของว่างง่ายๆ แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเสิร์ฟให้เพื่อนๆ ส่วนการดูแลสุขภาพของตัวเอง เพชรจะเลือกทานอาหารประเภท Raw Food ซึ่งเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงน้อยที่สุด เลือกทานอาหารที่คลีนที่สุด วันนี้จึงขอทำบลูเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูตตี้ และทาร์ตผลไม้ให้ชิมค่ะ ซึ่งวัตถุดิบทุกอย่างใช้เพียงชิ้นเล็กๆ ซึ่งเชื่อว่าทุกบ้านจะมีแช่อยู่ในตู้เย็นอยู่แล้วค่ะ”


          ขั้นตอนการปรุงเมนูบลูเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูตตี้ก็ง่ายแสนง่าย คุณเพชรแนะนำว่า เพียงนำบลูเบอร์รี่ 1 ถ้วย โยเกิร์ต 1 ถ้วย และน้ำแข็ง 1 ถ้วย นำมาปั่นให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟเพื่อบำรุงสุขภาพแล้ว ส่วนเมนูทาร์ตผลไม้นั้น ปกติจะเป็นคนที่ชอบแช่แป้งทาร์ตไว้ในตู้เย็นอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาเสิร์ฟ ก็นำแป้งทาร์ตมาอบ เติมโยเกิร์ตที่เหลือจากการทำสมูตตี้มาหยอดให้เต็มทาร์ต เติมบลูเบอร์รี่ที่เหลือ พร้อมกับผลไม้ที่มีอยู่ในตู้เย็น เช่น องุ่น แคนตาลูปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เป็นต้น 




          ด้านพระเอกหนุ่มเคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ได้มาร่วมแนะนำวิธีการเลือกอาหารและเผยเคล็ดลับสุขภาพว่า แต่ละวันที่ถ่ายละครหรือทำงานส่วนใหญ่จะได้ทานอาหารกล่อง ก็ต้องเลือกเติมอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพและไขมันน้อยๆ เช่น ขอไข่ต้มเพิ่ม จะพยายามเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารที่มีไขมันสูงซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะรูปร่างที่เราต้องดูแลเป็นหลัก ดื่มน้ำเยอะๆ และหากมีเวลาก็จะปรุงอาหารที่บ้านด้วยตัวเอง โดยจะเลือกซื้อวัตถุดิบที่จะใช้ได้ในเวลาแค่ 3-4 วัน เพราะเราไม่ได้มีเวลาทำและรับประทานอาหารที่บ้านทุกวันครับ เพื่อจะช่วยลดขยะอาหารที่เหลือทิ้งด้วยครับ”
นอกจากนี้ยังได้สองสาวเซเลบอย่าง จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และวิ้กกี้-ม.ล. วรารมณ์ ชุมพล มาร่วมงานพร้อมเผยเคล็ดลับการรับประทานอาหารแบบ คิด คุ้ม แคร์



          เริ่มจาก ผู้หลงรักการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจอย่างสาว จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา กล่าวว่า “ส่วนตัวชอบทำอาหารเองค่ะ เริ่มตั้งแต่ไปจ่ายตลาดเองเลย เวลานำมาแช่ในตู้เย็น ก็จะแยกเป็นหมวดหมู่
สิ่งไหนใช้ก่อน ใช้หลัง คุณแม่จะมีทริคเล็กๆ แนะนำเวลาเก็บผัก เช่น ผักบุ้ง ก็จะแช่เก็บทั้งราก เพื่อให้ผักอยู่ได้นานๆ เวลาปรุงอาหารก็จะเน้นปรุงอาหารเย็นให้เยอะๆ เผื่อมาถึงมื้อเช้า เพราะมื้อเช้าจุ๋ยต้องไม่ให้ขาดเนื่องจากตัวเองเป็นโรคกระเพาะ คุณหมอให้ทานอาหารให้ครบมื้อและตรงเวลา เวลาเก็บอาหารที่ปรุงแล้วก็จะนำมาใส่กล่องปิดให้สนิทแช่ในตู้เย็นค่ะ หรือหากอาหารบางอย่างที่เก็บไว้นานแต่ยังใช้ได้ ก็จะนำมาปรุงใหม่ เช่น หมูย่างก็นำมาปรุงเป็นลาบหมู น้ำตกหมู ได้ค่ะ และส่วนตัวเห็นว่าแคมเปญนี้ดีมากๆ เลยค่ะ นอกจากเราจะได้จัดการระเบียบเรื่องการปรุงอาหารและการรับประทานอาหารของตัวเองแล้ว ยังได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ


          ด้าน วิ้กกี้ – ม.ล. วรารมณ์ ชุมพล เผยถึงเคล็ดลับ คิด คุ้ม แคร์ ของตัวเองว่า “ปกติที่บ้านจะทำอาหารมื้อใหญ่ค่ะ เพราะมีสมาชิกในบ้านเยอะ แม่ครัวก็จะปรุงอาหาร 4-5 อย่างต่อวัน และไปจ่ายตลาดสัปดาห์ละครั้ง การจัดระเบียบวัตถุดิบแช่ตู้เย็นจึงสำคัญมาก ก็จะแช่อาหารปรุงวันหลังๆ ไว้ด้านใน และอาหารที่จะปรุงแรกๆ ไว้ด้านนอก ส่วนใครมีอะไรอร่อยๆ จะแอบไว้กินเองก็จะแช่ไว้ลึกๆ (หัวเราะ) อาหารมื้อเย็นก็จะเผื่อมาถึงมื้อเช้า หรือบางคนไม่ทันทานมื้อเช้า ก็จะมีแซนด์วิชไส้อาหารมื้อเย็นไปรับประทานระหว่างเดินทางไปทำงานค่ะ เช่น หมูผัด หรือสลัดผักที่เหลือจากมื้อเย็น แม่บ้านก็จะนำมาทำเป็นแซนด์วิชทานต่อได้ พยายามไม่ทิ้งอาหารให้เหลือเป็นขยะค่ะ เวลาทานอาหารก็จะทานให้หมดจานเพื่อลดปริมาณขยะ ส่วนตัวดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะอาหารแล้ว ยังช่วยเรื่องสุขภาพ ให้เรามีวัตถุดิบสดใหม่ใช้ในการประกอบอาหารด้วยค่ะ”


          ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Eat Me First! by Electrolux” คิด คุ้ม แคร์ ได้ง่ายๆ  2 ช่องทางคือ 
1) ถ่ายภาพกิจกรรมที่สื่อถึงการร่วมรณรงค์ลดการสูญเสียและการทิ้งขว้างอาหาร เช่น ภาพการติดแท็กที่ระบุวันหมดอายุอาหารของในตู้เย็น ภาพการรับประทานอาหารหมดจาน หรือภาพอาหารจานโปรดที่ปรุงจากวัตถุดิบสภาพดีที่ค้างในตู้เย็น เป็นต้น พร้อมโพสต์ลงในอินสตาแกรม (Instagram) หรือเฟซบุ๊ก (Facebook) 
และแฮชแท็ก #EatMeFirstElectrolux หรือ 2) ร่วมแชร์ภาพกิจกรรมจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/electroluxthailand

โดยทุกๆ 3 แฮชแท็ก หรือ 3 แชร์ ที่ร่วมแบ่งปัน เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558  อีเลคโทรลักซ์ได้สนับสนุนอาหารเช้า 1 มื้อให้น้อง 1 คน กับโครงการอาหารเช้าเพื่อน้องของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟฯ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เพื่อมอบโอกาสให้เด็กยากไร้ได้อิ่มท้องและอิ่มใจ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/electroluxthailand  หรือ เว็บไซต์ www.eletrolux.co.th/eatmefirst
 
เกี่ยวกับอีเลคโทรลักซ์:
อีเลคโทรลักซ์เป็นบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านชั้นนำระดับโลกที่ใช้ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคและการใช้งานจริงจากผู้ใช้อย่างมืออาชีพ
อีเลคโทรลักซ์สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน พร้อมนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั้งในครัวเรือนและธุรกิจ เช่นเครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องดูดฝุ่น และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านขนาดเล็ก บริษัทมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากกว่า 50 ล้านชิ้นในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ภายใต้กลุ่มตราสินค้าอีเลคโทรลักซ์ เออีจี ซานุซซี ฟริจิแดร์ และอีเลคโทรลักซ์ แกรนด์ คูซีน ในปี 2557 อีเลคโทรลักซ์มียอดขายถึง 112,000 ล้านโครเนอร์สวีเดน หรือประมาณ 422,000 ล้านบาท และมีพนักงานจำนวน 60,000 คน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.electrolux.co.th


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ :
บริษัท พับบลิค ฮิต จำกัด  โทร.  02 252 5699  แฟ็กซ์ 02 252 5698 อีเมล st.kanthima@gmail.com
นันทวัน อรุณนิมิตกุล 086 326 6602, วศินี อ่องจริต 086 559 9198, กัณฑิมา วรรณรัตน์ 087 337 7788

[Advertorial]
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล